Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 319

เล่ม มมร. 60 หน้า 319 ข้อ 1853
กล่าวว่า ข้าพเจ้าจักทูลมฤคนั้นแด่พระราชา ได้เชิญแสดงข้าพเจ้าแด่พระราชา เถิด. อำมาตย์ลงจากช้างพาเขาไปสู่สำนักของพระราชา กราบทูลว่า ข้าแต่ สมมติเทพ ได้ยินว่า ผู้นี้จักกราบทูลถึงมฤคนั้นได้พระเจ้าข้า. พระราชาตรัส ถามว่า จริงหรือบุรุษผู้เจริญ เมื่อเขากราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราช เป็น ความจริงพระเจ้าข้า ขอพระองค์โปรดประทานยศนั้นแก่ข้าพระองค์เถิดพระ- เจ้าข้า กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า ขอได้โปรดพระราชทานบ้านส่วย และหญิงที่ ประดับประดาแล้วแก่ข้าพระองค์เถิด ข้าพระองค์จะ กราบทูลมฤคซึ่งสูงสุดกว่ามฤคทั้งหลายแก่พระองค์. พระราชาทรงสดับคำนั้นแล้ว โปรดปรานแก่ผู้ประทุษร้ายมิตรนั้น จึงตรัสถามว่า พ่อเฮ้ย มฤคนั้นพำนักอยู่ที่ไหน เมื่อเขากราบทูลว่า ณ ที่โน้น พระเจ้าข้า ก็ทรงกระทำเขาให้เป็นมัคคุเทศก์ เสด็จไปสู่สถานนั้นด้วยราชบริพาร ขบวนใหญ่. ลำดับนั้น คนประทุษร้ายมิตร กราบทูลพระราชาว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้สมมติเทพ พระองค์โปรดสั่งให้เสนาหยุดได้พระเจ้าข้า เมื่อเสนา หยุดเรียบร้อยแล้ว ก็กราบทูลเชิญเสด็จ เมื่อจะยกมือชี้ว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้สมมติเทพ สุวรรณมฤคนั้นพำนักอยู่ ณ ที่ตรงนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า ณ ไพรสณฑ์นั้น มีต้นมะม่วงและต้นรังทั้งหลาย ดอกบานสะพรั่ง พื้นที่แห่งไพรสณฑ์นั้น ดารดาษ ไปด้วยติณชาติมีสีเหมือนแมลงค่อมทอง มฤคตัวนั้น อยู่ที่ไพรสณฑ์นั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อินฺทโคปกสญฺฉนฺนา ความว่า คนผู้ ประทุษร้ายต่อมิตรนั้น กราบทูลแสดงว่า ภาคพื้นแห่งไพรสณฑ์ตรงนั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka