ความว่า พญามฤคกล่าวด้วยวาจาอันไพเราะว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า ขอพระองค์
จงรอก่อน จงอย่ายิงข้าพระบาทเลย จงไว้ชีวิตข้าพระบาทเถิด.
พระราชาทรงคิดพระหฤทัยในมธุรกถาของพระโพธิสัตว์นั้น ทรงลด
ธนูลงประทับยืนด้วยพระอาการอันน่าเคารพ. พระมหาสัตว์ก็เข้าไปใกล้พระราชา
ทรงกระทำมธุรปฏิสันถาร แล้วยืนอยู่ ณ ส่วนข้างหนึ่ง. ฝ่ายมหาชนก็พากันวาง
อาวุธทั้งปวงเสีย ต่างมาแวดล้อมพระราชา. ขณะนั้นพระมหาสัตว์กราบทูล
ถามพระราชาด้วยเสียงอันไพเราะ ประหนึ่งคนสั่นกระดิ่งทองว่า
ข้าแต่พระมหาราชเจ้า โปรดทรงรอก่อน ข้าแต่
พระจอมรถ โปรดอย่าเพิ่งยิงข้าพระบาทเลย ใครหนอ
กราบทูลข้อนี้ แด่พระองค์ว่า พญามฤคนั้นพำนักอยู่
ที่นี้.
ขณะนั้นคนใจบาปถอยไปหน่อยหนึ่ง แล้วยืนอยู่ตรงนั้นเอง. พระราชา
เมื่อจะตรัสบอกว่า ผู้นี้แสดงแก่เรา จึงตรัสพระคาถาที่ ๖ ว่า
ดูก่อนสหาย บุรุษผู้มีมารยาทอันเลวทราม ยืนอยู่
ห่าง ๆ นั่น บุรุษคนนั้นแหละ ได้บอกความเรื่องนี้
แก่เราว่า มฤคตัวนี้อยู่ ณ ไพรสณฑ์นี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปาปจโร แปลว่า ผู้มีมารยาทเลวทราม.
พระมหาสัตว์ ครั้นติเตียนคนประทุษร้ายมิตรแล้ว เมื่อจะเจรจา
ปราศรัยกับพระราชา จึงกล่าวคาถาที่ ๗ ว่า
ได้ยินว่า คนบางพวกในโลกนี้ กล่าวความจริง
ไว้อย่างนี้ว่า ไม้ลอยน้ำยังดีกว่า คนบางคนไม่ดีเลย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิปาวตํ แปลว่า ถูกช่วยเหลือไว้. บทว่า
เอกจฺจิโย ความว่า แต่บุคคลบางคนสันดานบาป มักประทุษร้ายมิตร แม้