ดูก่อนพราหมณ์ เมื่อคราวนั้น ท่านได้อยู่ในที่
นั้นด้วยหรือ หรือว่าใครได้บอกเรื่องนี้แก่ท่าน ท่าน
เป็นผู้เปิดเผยข้อที่เคลือบคลุม เห็นเรื่องได้ทั้งปวงละ
สิหนอ ความรู้ของท่านมีกำลัง เห็นปรุโปร่งหรือ
อย่างไร.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ภึสรูปํ ความว่า ความรู้ของท่านน่าจะมี
เรี่ยวแรงกระมังหนา เพราะเหตุนั้นท่านจึงรู้ข้อนั้น.
พราหมณ์เมื่อจะแสดงว่า ข้าพระองค์มิใช่พระสัพพัญญูพุทธเจ้า แต่
เรื่องราวของพระคาถาที่พระองค์ไม่ทรงยังพยัญชนะให้เลอะเลือนตรัสไว้ปรากฏ
แก่ข้าพระองค์ได้ พระเจ้าข้า จึงกล่าวคาถาที่ ๑๐ ว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน ผู้เป็นนัก-
ปราชญ์ ครั้งนั้น ข้าพระองค์หาได้อยู่ในที่นั้นไม่
และใครก็มิได้บอกเรื่องนั้นแก่ข้าพระองค์เลย แต่ว่า
นักปราชญ์ทั้งหลาย ย่อมนำเนื้อความแห่งบทคาถาที่
พระองค์ทรงภาษิตแล้วมาใคร่ครวญดู.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุภาสิตานํ ความว่า บทแห่งคาถาที่
พระองค์ตรัสดีแล้วไม่ลบล้างพยัญชนะ. บทว่า อตฺถํ ตทาเมนฺติ ความว่า
ย่อมนำความแห่งบทแห่งคาถานั้นมาใคร่ครวญ.
พระราชาทรงโปรดท่าน พระราชทานทรัพย์เป็นอันมาก. ตั้งแต่นั้น
ก็ได้ทรงอภิรมย์แต่การบุญมีทานเป็นต้น. ฝูงชนเล่าก็พากันอภิรมย์แต่การบุญ
ที่ตายไปแล้ว ๆ แน่นเมืองสวรรค์ทีเดียว. อยู่มาวันหนึ่ง พระราชาทรงพระ-
ดำริว่า จักทรงยิงเป้า ตรัสชวนปุโรหิตเสด็จสู่พระอุทยาน. ครั้งนั้นท้าวสักก-