ขอพระองค์อย่าทรงพระพิโรธ จงมีพระหฤทัย
ผ่องใสอยู่เป็นนิตย์ จงกระทำสมณพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ใน
ธรรมทั้งปวง ให้เป็นแขกควรต้อนรับ ครั้นทรงบำเพ็ญ
ทานและเสวยบ้างตามอานุภาพแล้ว ชาวโลกไม่ติเตียน
พระองค์ได้ จงเสด็จเข้าถึงสัคคสถานเถิด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มิตฺตาภิราธิ ความว่า พระองค์เป็นผู้
โปรดปรานมิตร คือไม่ประทุษร้ายมิตร. บทว่า สพฺพาติถี ความว่า พระองค์
ทรงบำเพ็ญพระองค์ควรแก่ผู้ขอ ทรงกระทำสมณพราหมณ์ผู้ทรงธรรมทั้งปวง
ให้เป็นแขกควรต้อนรับ. บทว่า อนินฺทิโต ความว่า พระองค์ทรงเป็นผู้เบิกบาน
พระหฤทัย เพราะได้บำเพ็ญบุญมีทานเป็นต้น และไม่ถูกชาวโลกนินทา จงเข้า
ถึงสวรรคสถานเถิด.
ท้าวสักกเทวราช ครั้นตรัสอย่างนี้แล้ว ทรงเตือนท้าวเธอว่า มหาราช
ข้าพเจ้ามาเพื่อกำหนดจับท่าน ท่านไม่ให้ข้าพเจ้ากำหนดจับตนได้ จงไม่ประมาท
เถิด แล้วเสด็จคืนสู่สถานแห่งตนแล.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในครั้งก่อน สารีบุตรก็ย่อมรู้ความแห่ง
ภาษิตโดยย่ออย่างพิสดารเหมือนกัน ดังนี้ทรงประชุมชาดกว่า พระราชาใน
ครั้งนั้น ได้มาเป็นอานนท์ ปุโรหิตได้มาเป็นพระสารีบุตร ส่วนเนื้อละมั่ง
คือเราผู้สัมมาสัมพุทธเจ้าแล.
จบอรรถกถาสรภชาดกที่ ๑๐
จบอรรถกถาแห่งเตรสนิบาต
อันประดับด้วยชาดก ๑๐ เรื่อง
ในคัมภีร์อรรถกถาชาดก
ด้วยประการฉะนี้