Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 346

เล่ม มมร. 60 หน้า 346 ข้อ 1871
ลำดับนั้น พระราชาได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถาว่า เรา ชาวชนบททั้งหมด ลูกเมียและหมู่สหายจะ พากันไปยังเวตรณีนรก ของพญายมก็ตาม ถึงกระนั้น เราจะไม่ฆ่าผู้ที่ให้ชีวิตเราเป็นอันขาด. ดูก่อนพราหมณ์ ละมั่งตัวนี้ ทำคุณแก่เราเมื่อถึง ความยาก ตัวคนเดียวในป่าเปลี่ยวแสนร้าย เราระลึก ได้อยู่ถึงบุรพกิจเช่นนั้น ที่ละมั่งตัวนี้กระทำแก่เรา รู้คุณอยู่จะพึงฆ่าอย่างไรได้เล่า. บรรดาบทเหล่านั้น ด้วยบทว่า มม ปาณทสฺส นี้พระราชาตรัสว่า ดูก่อนพราหมณ์ ผู้ใดพึงให้ชีวิตแก่เรา ผู้ใดได้ให้ชีวิตอันเป็นที่รักแก่เราแล้ว เราถึงจะไปสู่นรก ก็ไม่พึงประหาร ไม่พึงฆ่าบุคคลนั้นเลย ผู้นั้นไม่พึงถูกฆ่า. บทว่า เอกสฺส กตฺตา วิวนสฺมึ โฆเร ความว่า มฤคนี้เป็นสัตว์กระทำคุณ แก่ข้าพเจ้า คราวไม่มีสหายตัวคนเดียว เข้าไปในป่าเปลี่ยวแสนร้าย คือได้ให้ ชีวิตแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้านั้นรำลึกถึงบุรพกิจเช่นนั้นที่มฤคนี้กระทำไว้ เมื่อรู้ถึง คุณนั้น จะพึงฆ่าอย่างไรเล่า. ลำดับนั้น ท้าวสักกะออกจากสรีระท่านปุโรหิตนิรมิตอัตภาพ เป็น ท้าวสักกะ สถิตบนอากาศ เมื่อจะทรงแสดงพระคุณของพระราชา จึงตรัส ๒ พระคาถาว่า ขอพระองค์ผู้ทรงโปรดปรานมิตรยิ่งนัก จงทรง พระชนม์ชีพอยู่ยืนนานเถิด พระองค์ทรงปกครองราช สมบัติในคุณธรรมเถิด จงทรงมีหมู่นารีบำรุงบำเรอ จงทรงบันเทิงพระหฤทัยในแว่นแคว้น เหมือนท้าว วาสวะบันเทิงอยู่ในไตรทิพย์ฉะนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka