เต่าฟังคำนั้นแล้วกล่าวคาถาต่อไปว่า
บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมทำบุคคลให้เป็นมิตร สหาย
ด้วยทรัพย์ข้าวเปลือกและด้วยตน ดูก่อนเหยี่ยว
ข้าพเจ้าจะกระทำประโยชน์นี้แก่ท่านให้จงได้ เพราะ
อริยชนย่อมทำกิจแก่อริยชน.
ครั้งนั้น บุตรของเต่านอนอยู่ไม่ไกล ฟังคำบิดา คิดว่าบิดาของเรา
อย่าลำบากเลย เราจักกระทำกิจเอง กล่าวคาถาที่ ๙ ว่า
คุณพ่อครับ ขอคุณพ่อจงมีความขวนขวายน้อย
อยู่เฉย ๆ เถิด บุตรย่อมบำเพ็ญสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพื่อ
บิดา ผมเองจักป้องกันลูกทั้งหลายของพญาเหยี่ยว จัก
บำเพ็ญประโยชน์เพื่อคุณพ่อ.
ครั้งนั้นบิดาได้กล่าวโต้ด้วยคาถาว่า
ลูกเอ๋ย บุตรพึงบำเพ็ญสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อ
บิดา นี่เป็นธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายโดยแท้แล พวก
พรานทั้งหลายแลเห็นพ่อผู้มีกายอันใหญ่โต ที่ไหน
เลยจะเบียดเบียนลูกทั้งหลายของพญาเหยี่ยวได้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สตเมส ธมฺโม ความว่า นี่เป็นธรรม
ของบัณฑิตทั้งหลาย. บทว่า ปุตฺตา น ความว่า พวกพรานชนบท ไม่พึง
เบียดเบียนพวกลูก ๆ ของเหยี่ยว.
เต่าใหญ่ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว ก็ส่งเหยี่ยวไปล่วงหน้า ด้วยคำว่า
เพื่อนเอ๋ย อย่ากลัว เจ้าจงไปก่อน ข้าจักไปเดี๋ยวนี้ พลางโดดลงน้ำ กวาด
เปือกตมและสาหร่ายมา ถึงเกาะแล้ว ก็ดับไฟเสียหมอบอยู่. พวกชาวป่า