Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 383

เล่ม มมร. 60 หน้า 383 ข้อ 1906
เต่าฟังคำนั้นแล้วกล่าวคาถาต่อไปว่า บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมทำบุคคลให้เป็นมิตร สหาย ด้วยทรัพย์ข้าวเปลือกและด้วยตน ดูก่อนเหยี่ยว ข้าพเจ้าจะกระทำประโยชน์นี้แก่ท่านให้จงได้ เพราะ อริยชนย่อมทำกิจแก่อริยชน. ครั้งนั้น บุตรของเต่านอนอยู่ไม่ไกล ฟังคำบิดา คิดว่าบิดาของเรา อย่าลำบากเลย เราจักกระทำกิจเอง กล่าวคาถาที่ ๙ ว่า คุณพ่อครับ ขอคุณพ่อจงมีความขวนขวายน้อย อยู่เฉย ๆ เถิด บุตรย่อมบำเพ็ญสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพื่อ บิดา ผมเองจักป้องกันลูกทั้งหลายของพญาเหยี่ยว จัก บำเพ็ญประโยชน์เพื่อคุณพ่อ. ครั้งนั้นบิดาได้กล่าวโต้ด้วยคาถาว่า ลูกเอ๋ย บุตรพึงบำเพ็ญสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อ บิดา นี่เป็นธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายโดยแท้แล พวก พรานทั้งหลายแลเห็นพ่อผู้มีกายอันใหญ่โต ที่ไหน เลยจะเบียดเบียนลูกทั้งหลายของพญาเหยี่ยวได้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สตเมส ธมฺโม ความว่า นี่เป็นธรรม ของบัณฑิตทั้งหลาย. บทว่า ปุตฺตา น ความว่า พวกพรานชนบท ไม่พึง เบียดเบียนพวกลูก ๆ ของเหยี่ยว. เต่าใหญ่ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว ก็ส่งเหยี่ยวไปล่วงหน้า ด้วยคำว่า เพื่อนเอ๋ย อย่ากลัว เจ้าจงไปก่อน ข้าจักไปเดี๋ยวนี้ พลางโดดลงน้ำ กวาด เปือกตมและสาหร่ายมา ถึงเกาะแล้ว ก็ดับไฟเสียหมอบอยู่. พวกชาวป่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka