ท้าวสักกะทรงสดับถ้อยคำของพระมหาสัตว์มีพระมนัสสลด ตรัสคาถา
ต่อไปว่า
ข้าแต่ท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ข้าพเจ้าจะ
ทดลองดูว่าฤาษีเหล่านี้ยังน้อมไปในกามหรือไม่ จึงถือ
เอาเหง้าบัวที่ฝั่งน้ำไปฝังไว้บนบก ฤาษีทั้งหลายเป็นผู้
บริสุทธิ์ ไม่มีบาป นี้เหง้าบัวของท่าน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วีมํสมาโน ความว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
กระผมทดลองว่า ฤาษีเหล่านี้น้อมจิตไปในกามหรือไม่. บทว่า อิสิโน ความว่า
ถือเอาเหง้าบัวอันเป็นของท่านผู้แสวงหา. บทว่า ตีเร คเหตฺวาน ความว่า
ถือเอาเหง้าบัวที่ท่านเก็บไว้ที่ฝั่งแม่น้ำแล้วฝังไว้ ณ ส่วนหนึ่งบนบก. บทว่า
สุทฺธา ความว่า บัดนี้เรารู้ถึงการกระทำสบถของท่าน ฤาษีเหล่านี้เป็นผู้บริสุทธิ์
ไม่มีบาปอยู่.
พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้นแล้วกล่าวว่า
ดูก่อนท้าวสหัสนัยน์เทวราช ฤาษีเหล่านี้ มิใช่
นักฟ้อนของท่านและมิใช่ผู้ที่ทานจะพึงล้อเล่น ไม่ใช่
พวกพ้องและสหายของท่าน เพราะเหตุไร ท่านจึงมา
ดูหมิ่นล้อเล่นกับฤาษีทั้งหลาย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น เต นฏา ความว่า ดูก่อนท้าวเทวราช
พวกกระผมไม่ใช่เป็นนักฟ้อนของท่านและเป็นผู้ไม่สมควรที่ใคร ๆ จะพึงล้อเล่น
ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่สหายของท่าน เมื่อเป็นเช่นนี้ เพราะอะไร พระองค์จึงทำการ
ดูหมิ่น เพราะอาศัยอะไร พระองค์จึงล้อเล่นกับฤาษีทั้งหลาย.
ครั้งนั้นท้าวสักกะ เมื่อจะขอขมาท่าน จึงกล่าวคาถาที่ ๒๐ ว่า