Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 419

เล่ม มมร. 60 หน้า 419 ข้อ 1941
ท้าวสักกะทรงสดับถ้อยคำของพระมหาสัตว์มีพระมนัสสลด ตรัสคาถา ต่อไปว่า ข้าแต่ท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ข้าพเจ้าจะ ทดลองดูว่าฤาษีเหล่านี้ยังน้อมไปในกามหรือไม่ จึงถือ เอาเหง้าบัวที่ฝั่งน้ำไปฝังไว้บนบก ฤาษีทั้งหลายเป็นผู้ บริสุทธิ์ ไม่มีบาป นี้เหง้าบัวของท่าน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วีมํสมาโน ความว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ กระผมทดลองว่า ฤาษีเหล่านี้น้อมจิตไปในกามหรือไม่. บทว่า อิสิโน ความว่า ถือเอาเหง้าบัวอันเป็นของท่านผู้แสวงหา. บทว่า ตีเร คเหตฺวาน ความว่า ถือเอาเหง้าบัวที่ท่านเก็บไว้ที่ฝั่งแม่น้ำแล้วฝังไว้ ณ ส่วนหนึ่งบนบก. บทว่า สุทฺธา ความว่า บัดนี้เรารู้ถึงการกระทำสบถของท่าน ฤาษีเหล่านี้เป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีบาปอยู่. พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้นแล้วกล่าวว่า ดูก่อนท้าวสหัสนัยน์เทวราช ฤาษีเหล่านี้ มิใช่ นักฟ้อนของท่านและมิใช่ผู้ที่ทานจะพึงล้อเล่น ไม่ใช่ พวกพ้องและสหายของท่าน เพราะเหตุไร ท่านจึงมา ดูหมิ่นล้อเล่นกับฤาษีทั้งหลาย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น เต นฏา ความว่า ดูก่อนท้าวเทวราช พวกกระผมไม่ใช่เป็นนักฟ้อนของท่านและเป็นผู้ไม่สมควรที่ใคร ๆ จะพึงล้อเล่น ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่สหายของท่าน เมื่อเป็นเช่นนี้ เพราะอะไร พระองค์จึงทำการ ดูหมิ่น เพราะอาศัยอะไร พระองค์จึงล้อเล่นกับฤาษีทั้งหลาย. ครั้งนั้นท้าวสักกะ เมื่อจะขอขมาท่าน จึงกล่าวคาถาที่ ๒๐ ว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka