Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 439

<< | หน้าที่ 439 | >>
(พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาว่า)

{๑๙๓๘} [๙๖] ฤๅษีทั้งหลายไม่ใช่นักฟ้อนสำหรับพระองค์

และไม่ใช่บุคคลที่จะพึงล้อเล่น

ไม่ใช่ญาติ และไม่ใช่สหายของพระองค์

ขอถวายพระพร ท้าวสหัสสนัยน์เทวราช

อาศัยเหตุอะไร พระองค์จึงได้ล้อเล่นกับฤๅษีทั้งหลาย

(ท้าวสักกะขอขมาพระโพธิสัตว์ว่า)

{๑๙๓๙} [๙๗] ท่านพราหมณ์ ขอพระคุณเจ้าจงเป็นทั้งอาจารย์

และบิดาของโยม

ข้อนี้ขอจงเป็นที่พึ่งแก่โยมผู้พลั้งพลาดไปแล้ว

ท่านผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน ขอท่านจงงดโทษสักครั้งหนึ่งเถิด

บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่ถือโกรธ

(พระโพธิสัตว์งดโทษต่อท้าวสักกะแล้วให้หมู่ฤๅษียกโทษให้ว่า)

{๑๙๔๐} [๙๘] คืนเดียวที่พวกฤๅษีอยู่ในป่าก็นับว่าอยู่ดีแล้ว

เพราะพวกเราได้เห็นท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพ

ขอพระคุณเจ้าทั้งปวงจงพอใจ เพราะพราหมณ์ได้เหง้าบัวคืนมา

(พระศาสดาได้ตรัสคาถาประมวลชาดกว่า)

{๑๙๔๑} [๙๙] ในกาลนั้น ตถาคต สารีบุตร โมคคัลลานะ

กัสสปะ อนุรุทธะ ปุณณะ และอานนท์ ทั้ง ๗ เป็นพี่น้องกัน

[๑๐๐] ในกาลนั้น อุบลวรรณาเป็นน้องสาว ขุชชุตตราเป็นทาสี

จิตตคหบดีเป็นทาส สาตาคิระเป็นยักษ์

[๑๐๑] ในกาลนั้น ปาลิเลยยะได้เป็นช้าง

วานรที่ถวายน้ำผึ้งได้เป็นวานรตัวประเสริฐ

กาฬุทายีได้เป็นท้าวสักกะ พวกเธอจงทรงจำชาดกไว้อย่างนี้

ภิสชาดกที่ ๕ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka