Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 421

เล่ม มมร. 60 หน้า 421 ข้อ 1942
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย โปราณกบัณฑิตพากันทำสบถละกิเลสอย่างนี้ แล้วทรงประกาศสัจจะ เวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้กระสันดำรงในพระโสดาปัตติผล. เมื่อพระศาสดาจะทรง ประชุมชาดก ได้ตรัสพระคาถาสุดท้ายอีก ๓ คาถาว่า เราตถาคต สารีบุตร โมคคัลลานะ กัสสปะ อนุรุทธะ ปุณณะและอานนท์เป็น ๗ พี่น้อง ในครั้งนั้น อุบลวรรณาเป็นน้องสาว ขุชชุตตราเป็นทาสี จิตต- คฤหบดีเป็นทาส สาตาคีระเป็นเทวดา ปาลิเลยยกะ เป็นช้าง มธุระผู้ประเสริฐ เป็นวานร กาฬุทายีเป็น ท้าวสักกะ ท่านทั้งหลายจงทรงจำชาดก ไว้ด้วยประการ ฉะนี้แล. จบอรรถกถาภึสกชาดก ๖. สุรุจิชาดก ว่าด้วยการขอบุตร [๑๙๔๒] ดิฉันถูกเชิญมา เป็นพระอัครมเหสี คนแรกของพระเจ้าสุรุจิตลอดเวลาหมื่นปี พระเจ้าสุรุจิ นำดิฉันมาผู้เดียว ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ดิฉันนั้นมิได้ รู้สึกเลยว่า ได้ล่วงเกินพระเจ้าสุรุจิผู้เป็นจอมประชาชน ชาววิเทหรัฐ ครองพระนครมิลิลา ด้วยกาย วาจา หรือใจ ทั้งในที่แจ้งหรือในที่ลับเลย ข้าแต่พระฤาษี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka