Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 440

<< | หน้าที่ 440 | >>
๖. สุรุจิชาดก (๔๘๙)


ว่าด้วยพระมเหสีของพระเจ้าสุรุจิ


(พระนางสุเมธาสดับพระดำรัสของท้าวสักกะแล้วได้บอกคุณคือศีลของตนว่า)

{๑๙๔๒} [๑๐๒] ดิฉันเป็นหญิงที่สามีพึงเลี้ยงดู

ซึ่งถูกเชิญมาเป็นมเหสีของพระเจ้าสุรุจิเป็นคนแรก

พระเจ้าสุรุจิได้นำดิฉันมา ๑๐,๐๐๐ ปีแล้ว

[๑๐๓] ท่านพราหมณ์ ดิฉันนั้นยังไม่รู้สึกเลยว่า

ได้ล่วงเกินพระเจ้าสุรุจิผู้ครอบครองมิถิลานคร แคว้นวิเทหะ

ด้วยกาย วาจา และใจ ไม่ว่าในที่แจ้งหรือในที่ลับเลย

[๑๐๔] ฤๅษี ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอบุตรจงเกิดเถิด

เมื่อดิฉันกล่าวเท็จ ขอศีรษะจงแตก ๗ เสี่ยง

{๑๙๔๓} [๑๐๕] ดิฉันเป็นที่รักที่พอพระทัยของพระภัสดา

พระมารดาผู้เป็นแม่ผัว พระราชบิดาผู้เป็นพ่อผัว

เป็นที่รักของดิฉัน ท่านพราหมณ์

ท่านทั้ง ๒ นั้นทรงแนะนำดิฉันอยู่จนตลอดพระชนมชีพ

[๑๐๖] ดิฉันนั้นยินดีในการไม่เบียดเบียน

มีปกติประพฤติธรรมโดยส่วนเดียว

ตั้งใจมาบำรุงท่านเหล่านั้นโดยเคารพ

มิได้เกียจคร้านทั้งกลางคืนและกลางวัน

[๑๐๗] ฤๅษี ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอบุตรจงเกิดเถิด

เมื่อดิฉันกล่าวเท็จ ขอศีรษะจงแตก ๗ เสี่ยง

{๑๙๔๔} [๑๐๘] ท่านพราหมณ์ ดิฉันมิได้มีความริษยา

หรือความโกรธในหญิง ๑๖,๐๐๐ นาง

ผู้เป็นภรรยาร่วมกันเหล่านั้นในกาลไหน ๆ เลย


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka