Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 423

เล่ม มมร. 60 หน้า 423 ข้อ 1946 1947 1948 1949
กับหน้าที่ ดิฉันมีอินทรีย์อันเบิกบานในกาลทุกเมื่อ ข้าแต่พระฤาษี ด้วยการกล่าวคำสัตย์จริงนี้ ขอบุตร จงเกิดเถิด เมื่อดิฉันกล่าวคำเท็จ ขอศีรษะของดิฉัน จงแตก ๗ เสี่ยง. [๑๙๔๖] ดิฉันมีฝ่ามืออันชุ่มเลี้ยงดูสมณพราหมณ์ และแม้วณิพกเหล่าอื่น ให้อิ่มหนำสำราญด้วยข้าวและ น้ำทุกเมื่อ ข้าแต่พระฤาษีด้วยการกล่าวคำสัตย์จริงนี้ ขอบุตรจงเกิดเถิด เมื่อดิฉันกล่าวคำเท็จ ขอศีรษะของ ดิฉันจงแตก ๗ เสี่ยง. [๑๙๔๗] ดิฉันเข้าอยู่ประจำอุโบสถ อันประกอบ ด้วยองค์ ๘ ประการ ตลอดดิถีที่ ๑๔,๑๕ และดิถีที่ ๘ แห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์ ดิฉันสำรวมแล้ว ในศีลทุกเมื่อ ข้าแต่พระฤาษี ด้วยการกล่าวคำสัตย์ จริงนี้ ขอบุตรจงเกิดเถิด เมื่อดิฉันกล่าวคำเท็จ ขอ ศีรษะของดิฉันจงแตก ๗ เสียง. [๑๙๔๘] ดูก่อนพระราชบุตรีผู้เรืองยศงดงาม คุณอันเป็นธรรมเหล่าใดในพระองค์ ที่พระองค์แสดง แล้วคุณอันเป็นธรรมเหล่านั้นมีทุกอย่างพระราชโอรส ผู้เป็นกษัตริย์ สมบูรณ์ด้วยพระชาติ เป็นอภิชาตบุตร เรืองพระยศ เป็นพระธรรมราชาแห่งชนชาววิเทหะ จงอุบัติแก่พระนาง. [๑๙๔๙] ท่านผู้มีดวงตาน่ายินดี ทรงผ้าคลุกธุลี สถิตอยู่บนเวหาอันไม่มีสิ่งใดกั้น ได้กล่าววาจาเป็นที่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka