ก็นัยนี้เหมือนกัน. บทว่า อปฺโปทกวณฺเณ กุมฺมาเส คือ ขนมกุมมาส
ที่เป็นเสมือนกับข้าวปายาสที่มีน้ำน้อย. บทว่า สิงฺคิ คือแกงอ่อมมีแกงที่ใส่ขิง
เป็นต้น. บทว่า วิทลสุปิโย คือแกงถั่วเขียวเป็นต้น. บทว่า วาณิชา เอกา
คือ แก่พ่อค้าแต่ละคน พ่อค้ามีจำนวนเท่าใด ในจำนวนนั้นคนละ ๑ นาง
แต่ในสำนักของนายกองเกวียนมีอยู่ถึง ๒๕ นาง. บทว่า ปริกรึสุ ความว่า
แวดล้อม ก็แลพร้อม ๆ กันกับนางเหล่านั้น ยังมีเพดานและที่นอนเป็นต้น
เหล่านั้น ไหลออกมาด้วยอานุภาพแห่งพญานาค. บทว่า กุตฺติโย ได้แก่
ถุงมือเป็นต้น. บทว่า ปฏิยานิ จ ได้แก่ เครื่องปูลาด มีเครื่องปูลาดอัน
สำเร็จด้วยขนแกะอันฟูเป็นต้น. บางอาจารย์ท่านกล่าวว่า ผ้ากัมพลขาวก็มี.
บทว่า อุฏฺฏิยาเนว กมฺพลา คือผ้ากัมพลชนิดที่ชื่อว่าอุฏฏิยานะมีอยู่. บทว่า
เต ตตฺถ ภาเร พนฺธิตฺวา ความว่า ต้องการเท่าใดก็ขนเอาในที่นั้นเท่านั้น
บรรทุกเกวียน ๕๐๐ เล่ม. บทว่า วาณิชา ภทฺทมตฺถุ เต ความว่า
นายกองเกวียนร้องเรียกพ่อค้าแต่ละคน จึงกล่าวว่า ความเจริญจงมีแก่ท่าน
เถิด. บทว่า อนฺนปานญฺจ ความว่า ได้ให้ข้าวและน้ำ. บทว่า สพฺพกาเม จ
ความว่า ได้ให้สิ่งที่น่าปรารถนาทั้งปวง. บทว่า มิตฺตทุพฺโภ ความว่า
เพราะว่าผู้ทำลายมิตรทั้งหลาย คือบุรุษผู้มุ่งร้ายต่อมิตรทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นคน
ชั่วช้าลามก. บทว่า อนาทิยิตฺวา ความว่า ไม่ยึดถือ คือไม่ขอรับถ้อยคำ
ของนายกองเกวียนนั้น. บทว่า อุปกฺกมุํ ความว่า เตรียมการโค่น คือ
เริ่มจะตัดเพราะโมหะ.
ครั้งนั้น พญานาคเห็นพ่อค้าเหล่านั้น พากันเข้าไปใกล้ต้นไม้ เพื่อที่จะ
ตัด ดำริว่า เราบันดาลน้ำดื่มแก่พวกนี้ผู้กำลังกระหาย จากนั้นให้โภชนะอัน
เป็นทิพย์มิหนำซ้ำยังให้ที่นอนและนางบำเรอแก่เขา จากนั้นเล่ายังให้รัตนะ