มาก. แม้มัณฑัพยกุมาร ก็เจริญวัย พรั่งพร้อมด้วยหมู่บริวารเป็นอันมาก.
ในเวลาที่มัณฑัพยกุมาร มีอายุได้ ๗ - ๘ ปี อาจารย์ผู้อุดมด้วยวิทยาการทั้ง
หลาย ในพื้นชมพูทวีป จึงประชุมกันให้กุมารนั้น เรียนไตรเพท ๓ พระ-
คัมภีร์. มัณฑัพยมาณพนั้นนับแต่ อายุครบ ๑๖ปีบริบูรณ์ ก็เริ่มตั้งนิตยภัตสำหรับ
พวกพราหมณ์ทั้งหลาย. พราหมณ์หมื่นหกพันคน ก็ได้บริโภคอาหารในสำนัก
ของมัณฑัพยมาณพเป็นประจำ เขาถวายทานแก่พราหมณ์ทั้งหลายที่ซุ้มประตู
ที่ ๔. ต่อมาในวันประชุมใหญ่คราวหนึ่ง มัณฑัพยมาณพให้จัดเตรียมข้าวปายาส
ไว้ในเรือนเป็นอันมาก. พราหมณ์ทั้งหมื่นหกพัน ก็นั่ง ณ ซุ้มประตูที่ ๔
บริโภคข้าวปายาสอันปรุงดีแล้ว ด้วยเนยข้น เนยใส และน้ำผึ้ง น้ำตาลกรวด
ที่เขาจัดมาถวาย ด้วยถาดทองคำ. แม้มัณฑัพยมาณพ ก็ประดับประดาตกแต่ง
ด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง สวมรองเท้าทอง มือถือไม้เท้าทอง เที่ยวตรวจ
ตราการเลี้ยงดู สั่งบริวารชนว่า ท่านทั้งหลายจงให้เนยใสในสำรับนี้ จงให้
น้ำผึ้งที่สำหรับนี้ ดังนี้.
ขณะนั้น มาตังคบัณฑิต นั่งอยู่ที่อาศรมบท ในหิมวันตประเทศ
ตรวจดูว่า ความประพฤติแห่งบุตรของนางทิฏฐมังคลิกา เป็นอย่างไร ? เห็น
การกระทำของเขา โน้มเอียง ไปในลัทธิอันไม่สมควร แล้วคิดว่า วันนี้แหละ
เราจักไปทรมานมาณพ ให้บริจาคทาน ในเขตที่บุคคลให้แล้วมีผลมาก แล้ว
จึงจักกลับมา ดังนี้แล้ว เหาะไปสู่สระอโนดาตโดยทางอากาศ ทำกิจวัตรมีการ
ล้างหน้าเป็นต้นแล้ว ยืนอยู่ที่พื้นมโนศิลา ครองจีวรสองชั้น คาดรัดประคด
มั่น แล้วห่มผ้าสังฆาฏิ อันเป็นผ้าบังสุกุล เสร็จแล้วถือเอาบาตรดินเหาะมาทาง
อากาศ เลื่อนลอยลงตรงโรงทานที่ซุ้มประตูที่ ๔ แล้วยืนอยู่ ณ ส่วนข้างหนึ่ง
มัณฑัพยมาณพกำลังตรวจตราดูแลทางโน้นทางนี้อยู่ แลเห็นพระดาบสนั้นแต่
ไกล คิดว่า บรรพชิตรูปนี้ มีรูปร่างคล้ายยักษ์ปีศาจ เปื้อนฝุ่น เห็นปานนี้ มาสู่