Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 70

เล่ม มมร. 61 หน้า 70 ข้อ 2083
เราให้ดวงตาเป็นทานนั้น เพราะยศก็หาไม่ เราจะได้ปรารถนาบุตร ทรัพย์หรือแว่นแคว้น เพราะ ผลแห่งการให้ดวงตานี้ก็หาไม่ อีกประการหนึ่ง ธรรม ของสัตบุรุษทั้งหลาย ท่านได้ประพฤติกันมาแล้วแต่ โบราณ เพราะเหตุนี้แหละ ใจของเราจึงยินดีในทาน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นวาหํ ตัดบทเป็น น เว อหํ. บทว่า ยสสา ความว่า เพราะเหตุแห่งยศอันเป็นทิพย์ หรือเป็นของมนุษย์ก็หามิได้. บทว่า น ปุตฺตมิจฺเฉ ความว่า ใช่ว่าเราอยากจะได้บุตร ทรัพย์สมบัติ แว่นแคว้น เพราะผลแห่งการให้จักษุเป็นทานนี้ก็หามิได้ ก็แต่ว่าข้อนี้ ชื่อว่า เป็นโบราณมรรค คือเป็นการบำเพ็ญบารมี อันสัตบุรุษคือบัณฑิตได้แก่ พระโพธิสัตว์ผู้สัพพัญญูสั่งสมมาดีแล้ว ด้วยว่าพระโพธิสัตว์ไม่บำเพ็ญบารมี ให้เต็มแล้ว ชื่อว่าจะมีความสามารถที่จะบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ ณ โพธิ- บัลลังก์ก็หามิได้ อนึ่ง เราบำเพ็ญบารมีไว้ ก็ใคร่จะเป็นพระพุทธเจ้า. บทว่า อิจฺเจว ทาเน นิรโต มโน ความว่า เพราะเหตุนี้ใจของเราจึงได้ยินดี เฉพาะในทานบริจาค. แม้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อจะทรงแสดงจริยาปิฎก แก่พระ ธรรมเสนาบดีสารีบุตรเถระ เพื่อจะทรงแสดงว่า พระสัพพัญญุตญาณเท่านั้น เป็นที่รักกว่าดวงตาแม้ทั้งสองของเรา จึงตรัสว่า ดวงตาทั้งสองข้างจะได้เป็นที่เกลียดชังของเราก็ หาไม่ ตนของตนเองก็หาได้เป็นที่เกลียดชังของเราไม่ พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา เพราะฉะนั้น เราจึงได้ให้ดวงตา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka