ชนผู้มีชาติต่ำ แต่มียศ ข้าพระพุทธเจ้า เห็นความดังนี้
จึงขอกราบทูลว่า คนมีปัญญาเป็นคนเลวทราม คนมี
สิริแลเป็นคนประเสริฐ พระเจ้าข้า.
[๒๐๘๖] ดูก่อนมโหสถผู้มีปัญญาไม่ทราม ผู้เห็น
ธรรมสิ้นเชิง เราถามเจ้าในคนสองจำพวก คือคนพาล
ผู้มียศ กับบัณฑิตผู้ไม่มีโภคะ นักปราชญ์กล่าวคน
ไหนว่าประเสริฐ.
[๒๐๘๗] คนพาลกระทำกรรมอันชั่วช้า ก็สำคัญ
ว่าสิ่งนี้เท่านั้น ประเสริฐ เห็นแต่เพียงโลกนี้ ไม่เห็น
โลกหน้า ต้องได้รับเคราะห์ร้ายในโลกทั้งสอง ข้าพระ-
พุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญา
เท่านั้นประเสริฐ คนโง่ถึงมียศจะประเสริฐอะไร
พระเจ้าข้า.
[๒๐๘๘] ศิลปะนี้ก็ดี พวกพ้องก็ดี ร่างกายก็ดี
หาได้จัดโภคสมบัติมาให้ไม่ มหาชนย่อมคบหามหา-
โควินทเศรษฐีผู้มีน้ำลายไหล ออกจากคางทั้งสองข้าง
ผู้ได้รับความสุข มีสิริต่ำช้า ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อ
ความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเป็นคนเลวทราม
คนมีสิริเท่านั้น เป็นคนประเสริฐ พระเจ้าข้า.
[๒๐๘๙] คนมีปัญญาน้อย ได้รับความสุขแล้ว
ย่อมมัวเมา แม้ถูกความทุกข์กระทบแล้ว ย่อมถึงความ
หลง อันสุขทุกข์ที่จรมากระทบเข้าแล้ว ย่อมหวั่นไหว