Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 81

เล่ม มมร. 61 หน้า 81 ข้อ 2086 2087 2088 2089
ชนผู้มีชาติต่ำ แต่มียศ ข้าพระพุทธเจ้า เห็นความดังนี้ จึงขอกราบทูลว่า คนมีปัญญาเป็นคนเลวทราม คนมี สิริแลเป็นคนประเสริฐ พระเจ้าข้า. [๒๐๘๖] ดูก่อนมโหสถผู้มีปัญญาไม่ทราม ผู้เห็น ธรรมสิ้นเชิง เราถามเจ้าในคนสองจำพวก คือคนพาล ผู้มียศ กับบัณฑิตผู้ไม่มีโภคะ นักปราชญ์กล่าวคน ไหนว่าประเสริฐ. [๒๐๘๗] คนพาลกระทำกรรมอันชั่วช้า ก็สำคัญ ว่าสิ่งนี้เท่านั้น ประเสริฐ เห็นแต่เพียงโลกนี้ ไม่เห็น โลกหน้า ต้องได้รับเคราะห์ร้ายในโลกทั้งสอง ข้าพระ- พุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญา เท่านั้นประเสริฐ คนโง่ถึงมียศจะประเสริฐอะไร พระเจ้าข้า. [๒๐๘๘] ศิลปะนี้ก็ดี พวกพ้องก็ดี ร่างกายก็ดี หาได้จัดโภคสมบัติมาให้ไม่ มหาชนย่อมคบหามหา- โควินทเศรษฐีผู้มีน้ำลายไหล ออกจากคางทั้งสองข้าง ผู้ได้รับความสุข มีสิริต่ำช้า ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อ ความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเป็นคนเลวทราม คนมีสิริเท่านั้น เป็นคนประเสริฐ พระเจ้าข้า. [๒๐๘๙] คนมีปัญญาน้อย ได้รับความสุขแล้ว ย่อมมัวเมา แม้ถูกความทุกข์กระทบแล้ว ย่อมถึงความ หลง อันสุขทุกข์ที่จรมากระทบเข้าแล้ว ย่อมหวั่นไหว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka