Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 485

<< | หน้าที่ 485 | >>
(เสนกบัณฑิตกราบทูลคัดค้านแล้วว่า)

{๒๐๘๘} [๘๗] ศิลปะนี้ก็ดี เผ่าพันธุ์ก็ดี ส่วนแห่งร่างกายก็ดี

หาจัดแจงโภคะได้ไม่

โปรดทอดพระเนตรโควินทะผู้ใบ้เพราะน้ำลาย

ซึ่งไดัรับความสุขเพราะคนมีสิริย่อมคบหาเขา

ข้าพระองค์เห็นเหตุแม้นี้จึงกราบทูลว่า

คนมีปัญญาเป็นคนเลว คนมีสิริเท่านั้นประเสริฐ

(มโหสธบัณฑิตกราบทูลคัดค้านว่า)

{๒๐๘๙} [๘๘] คนมีปัญญาน้อยได้รับความสุขย่อมมัวเมา

แม้ถูกความทุกข์กระทบย่อมหลง

ถูกความสุขและความทุกข์จรมากระทบเข้า

ย่อมหวั่นไหวเหมือนปลาในฤดูร้อน

ข้าพระองค์เห็นเหตุแม้นี้จึงกราบทูลว่า

คนมีปัญญาเท่านั้นประเสริฐ คนโง่ถึงมียศก็หาประเสริฐไม่

(เสนกบัณฑิตกราบทูลคัดค้านว่า)

{๒๐๙๐} [๘๙] ต้นไม้ในป่าที่มีผลดก ฝูงนกย่อมบินโฉบไปมาอยู่รอบต้นฉันใด

คนผู้มั่งคั่งมีทรัพย์ มีโภคะก็ฉันนั้น

คนเป็นจำนวนมากย่อมคบหาเพราะเหตุแห่งประโยชน์

ข้าพระองค์เห็นเหตุแม้นี้จึงกราบทูลว่า

คนมีปัญญาเป็นคนเลว คนมีสิริเท่านั้นประเสริฐ

(มโหสธบัณฑิตกราบทูลคัดค้านว่า)

{๒๐๙๑} [๙๐] คนโง่ถึงจะมีกำลังก็หายังประโยชน์ให้สำเร็จได้ไม่

นายนิรยบาลทั้งหลายย่อมฉุดคร่าคนมีปัญญาทราม

ผู้คร่ำครวญถึงทรัพย์ที่ตนหามาได้ด้วยกรรมอันโหดร้าย

ไปสู่นรกที่มีเวทนาอันแรงกล้า

ข้าพระองค์เห็นเหตุแม้นี้จึงกราบทูลว่า

คนมีปัญญาเท่านั้นประเสริฐ คนโง่ถึงมียศก็หาประเสริฐไม่


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka