[๒๑๐๐] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้า
ทั้ง ๕ คนเป็นบัณฑิต ทุกคนกราบไหว้บำรุงพระองค์
พระองค์เป็นอิสระ ครอบงำข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ดุจท้าวสักกเทวราช ผู้เป็นเจ้าแห่งหมู่สัตว์ ฉะนั้น
ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบ
ทูลว่า คนมีปัญญาเป็นคนเลวทราม คนมีสิริเท่านั้น
ประเสริฐ พระเจ้าข้า.
[๒๑๐๑] คนโง่ถึงจะมียศ ก็เป็นทาสของคนมี
ปัญญา เมื่อกิจการต่าง ๆ เกิดขึ้น คนฉลาดย่อมจัดแจง
กิจอันละเอียดใด คนโง่ย่อมถึงความหลงใหลในกิจนั้น
ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คน
มีปัญญานั้นแลประเสริฐ คนโง่ถึงมียศจะประเสริฐ
อะไร พระเจ้าข้า.
[๒๑๐๒] แท้จริงสัตบุรุษทั้งหลาย สรรเสริญ
ปัญญาเท่านั้น สิริเป็นที่ใคร่ของคนโง่ เพราะมนุษย์
ทั้งหลายยินดีในโภคสมบัติ ก็ความรู้ของท่านผู้รู้
ทั้งหลาย ใคร ๆ ชั่งไม่ได้ในกาลไหน ๆ คนมีสิริ
ย่อมไม่ล่วงเลยคนมีปัญญาไปได้ ไม่ว่าในกาลไหน ๆ.
[๒๑๐๓] ดูก่อนมโหสถผู้เห็นธรรมทั้งสิ้น เรา
ได้ถามปัญหาข้อใดกะเจ้า เจ้าได้ประกาศปัญหาข้อนั้น
แก่เราแล้ว เรายินดีด้วยการแก้ปัญหาของเจ้า เราให้
โคพันหนึ่ง โคอุสุภราช ช้าง รถเทียมด้วยม้าอาชาไนย
๑๐ ตัว และบ้านส่วย ๑๖ ตำบลแก่เจ้า
จบสิริมันทชาดกที่ ๔