Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 85

เล่ม มมร. 61 หน้า 85 ข้อ 2100 2101 2102 2103
[๒๑๐๐] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้า ทั้ง ๕ คนเป็นบัณฑิต ทุกคนกราบไหว้บำรุงพระองค์ พระองค์เป็นอิสระ ครอบงำข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ดุจท้าวสักกเทวราช ผู้เป็นเจ้าแห่งหมู่สัตว์ ฉะนั้น ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบ ทูลว่า คนมีปัญญาเป็นคนเลวทราม คนมีสิริเท่านั้น ประเสริฐ พระเจ้าข้า. [๒๑๐๑] คนโง่ถึงจะมียศ ก็เป็นทาสของคนมี ปัญญา เมื่อกิจการต่าง ๆ เกิดขึ้น คนฉลาดย่อมจัดแจง กิจอันละเอียดใด คนโง่ย่อมถึงความหลงใหลในกิจนั้น ข้าพระพุทธเจ้าเห็นข้อความแม้นี้ จึงกราบทูลว่า คน มีปัญญานั้นแลประเสริฐ คนโง่ถึงมียศจะประเสริฐ อะไร พระเจ้าข้า. [๒๑๐๒] แท้จริงสัตบุรุษทั้งหลาย สรรเสริญ ปัญญาเท่านั้น สิริเป็นที่ใคร่ของคนโง่ เพราะมนุษย์ ทั้งหลายยินดีในโภคสมบัติ ก็ความรู้ของท่านผู้รู้ ทั้งหลาย ใคร ๆ ชั่งไม่ได้ในกาลไหน ๆ คนมีสิริ ย่อมไม่ล่วงเลยคนมีปัญญาไปได้ ไม่ว่าในกาลไหน ๆ. [๒๑๐๓] ดูก่อนมโหสถผู้เห็นธรรมทั้งสิ้น เรา ได้ถามปัญหาข้อใดกะเจ้า เจ้าได้ประกาศปัญหาข้อนั้น แก่เราแล้ว เรายินดีด้วยการแก้ปัญหาของเจ้า เราให้ โคพันหนึ่ง โคอุสุภราช ช้าง รถเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑๐ ตัว และบ้านส่วย ๑๖ ตำบลแก่เจ้า จบสิริมันทชาดกที่ ๔
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka