Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 113

เล่ม มมร. 61 หน้า 113 ข้อ 2141
นั้น กุลบุตรนั้นย่อมเห็นได้แต่รูปที่หยาบ ๆ เหมือน ความมืดในราตรีฉะนั้น. กุลบุตรผู้ประกอบความเพียรในสิ่งอันไม่เป็น สาระ ว่าเป็นสาระ ย่อมไม่ประสบความรู้เลยทีเดียว ย่อมจะจมลงในห้วงอันตรายอย่างเดียว เหมือนกวางวิ่ง โลดโผนไปในซอกผาตกจมเหวลงไปในระหว่างทาง ฉะนั้น. ถึงหากว่านรชนจะเป็นผู้มีชาติเลวทราม แต่เป็น ผู้มีความขยันหมั่นเพียร มีปัญญาประกอบด้วยอาจาระ และศีล ย่อมรุ่งเรืองสุกใส เหมือนกองไฟในยาม ราตรีฉะนั้น. ขอพระองค์ทรงทำข้อนั้นนั่นแลให้เป็นข้อเปรียบ เทียบ แล้วจงให้พระโอรสดำรงอยู่ในวิชา กุลบุตรผู้มี ปัญญาย่อมงอกงามขึ้น ดังพืชในนางอกงามขึ้น เพราะ น้ำฝนฉะนั้น. จบหังสาชาดกที่ ๖
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka