Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 118

เล่ม มมร. 61 หน้า 118 ข้อ 2141
พระมหาสัตว์ตอบว่า. คราวใดจะมีความเสื่อม คราวนั้นเมื่อถึงคราวจะ สิ้นชีพ สัตว์แม้จะติดบ่วงติดข่าย ก็ย่อมไม่รู้สึก. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยทา ปราภโว ความว่า ดูก่อนนายพราน ผู้สหาย ความเสื่อมคือความไม่เจริญ ได้แก่ความพินาศ จะมีในกาลใด กาลนั้น เมื่อถึงคราวสิ้นชีวิต แม้สัตว์จะติดข่าย ติดบ่วง ก็ย่อมจะรู้ไม่ได้. นายพรานชื่นชมยินดีถ้อยคำของพญาหงส์ เมื่อจะสนทนากับหงส์ สุมุขเสนาบดี จึงกล่าวคาถา ๓ คาถา ความว่า ฝูงหงส์เหล่านั้น มีกายอร่ามงามเรืองรองดัง ทองคำ ถูกภัยคุกคามแล้ว มีตัวงอพากันบินหนีไป ท่านเท่านั้นมัวพะวงอยู่. หงส์เหล่านั้นกินและดื่มแล้ว ก็พากันบินหนีไป มิได้มีความห่วงใยบินไปสิ้น ก็ตัวท่านผู้เดียวเท่านั้น เฝ้าพะวักพะวน. หงส์ตัวนี้เป็นอะไรกับท่านหนอ ท่านพ้นแล้ว จากบ่วง ทำไมจึงมาเป็นห่วงหงส์ผู้ติดบ่วงอยู่เล่า หงส์ ทั้งหลายต่างพากันทอดทิ้งไป ไยเล่าท่านผู้เดียว จึง มัวพะวงอยู่. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตฺวญฺเจนํ ความว่า นายพรานถามว่า ไยท่านจึงมัวพะวงอยู่กับพญาหงส์. บทว่า อุปาสสิ แปลว่า ยังจะเข้าไปใกล้. หงส์สุมุขเสนาบดีกล่าวว่า หงส์ตัวนั้นเป็นราชาของเรา เป็นมิตรสหาย เสมอด้วยชีวิตของเรา เราจักไม่ทอดทิ้งท่านไป จน ตราบเท่าวันตาย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka