ความที่เจ้ารักกัน ก็เป็นอันได้สวมกอดกันสมความรักแล้ว. ปาฐะว่า อาลงฺคิโย
จาสิ ดังนี้ก็มี เนื้อความก็อย่างเดียวกันนี้. บทว่า กิมิธา วเน ความว่า
เพราะเหตุไร เจ้าทั้งสอง จึงคลึงเคล้าจุมพิตกัน กล่าววาจาน่ารักต่อกัน
ในระหว่าง ๆ แล้วพากันร้องไห้ ในป่านี้อีกมิได้สร่าง.
ต่อจากนี้ไป เป็นคาถาแสดงการปราศรัยโต้ตอบกันระหว่างพระราชา
กับนางกินรีทั้งสอง ดังต่อไปนี้
(นางกินรีทูลตอบว่า) ข้าแต่ท่านนายพราน เรา
ทั้งสองไม่อยากจะจากกัน ก็ต้องจากกัน แยกกันอยู่
สิ้นราตรีหนึ่ง เมื่อมาระลึกถึงกันและกัน ก็เดือดร้อน
เศร้าโศกถึงกันตลอดราตรีหนึ่งที่ล่วงไปนั้นว่า ราตรี
นั้นจักไม่มีอีก.
(พระราชาตรัสถามว่า) เจ้าทังสองคิดถึงทรัพย์
ที่หายไปหรือ หรือว่าคิดถึงมารดาบิดาผู้ล่วงลับไปแล้ว
จึงได้เดือดร้อนอยู่สิ้นราตรีหนึ่ง เราขอถามเจ้าทั้งสอง
ผู้มีเพศพรรณดังกายมนุษย์ เหตุไรเจ้าทั้งสองจึงต้อง
จากกันไป.
(นางกินรีทูลว่า) ท่านเห็นนทีนี้แห่งใด มีกระ-
แสเชี่ยว ไหลมาในระหว่างหุบผา ปกคลุมไปด้วยหมู่
ไม้นานาพรรณ ในฤดูฝน กินนรสามีสุดที่รักของดิฉัน
ได้ข้ามแม่น้ำนั้นไปด้วยสำคัญว่า ดิฉันจะติดตามมา
ข้างหลัง.
ส่วนดิฉันมัวเลือกเก็บดอกปรู ดอกลำดวน
ดอกมะลิซ้อน และดอกคัดค้าวที่บานสล้าง ด้วยคิดว่า