บทว่า น จนฺตรา ความว่า อายุของเราทั้งหลายประมาณหนึ่งพันปี
และในระหว่างนั้น โรคภัยอันเลวร้ายซึ่งจะทำอันตรายแก่ชีวิต ก็ไม่มีแก่พวก
เราเลย. บทว่า อวีตราคา ความว่า เราทั้งหลายมิใช่ผู้ปราศจากความรักใคร่
กันและกันเลย.
พระเจ้าภัลลาติกราช ทรงสดับถ้อยคำของนางกินรี แล้วทรงดำริว่า
น่าอัศจรรย์ กินนรเหล่านั้นเป็นสัตว์เดียรัจฉาน พลัดพรากจากกันชั่วราตรีเดียว
ยังเที่ยวร่ำไห้ถึงกันตลอดเวลา ๗๐๐ ปี ส่วนเราเองละเลยมหาสมบัติ ในความ
เป็นพระราชา มีอาชญาแผ่ไปถึง ๓๐๐ โยชน์ มาอยู่ในป่า น่าอนาถ เราได้
ทำกิจที่ไม่ควรทำ ดังนี้แล้ว เสด็จนิวัตน์จากอรัญประเทศนั้นสู่พระนคร
พาราณสี อันหมู่มุขอำมาตย์ทูลถามว่า ขอเดชะมหาราชเจ้า พระองค์ทรง
ทอดพระเนตรเห็นอะไร เป็นสิ่งอัศจรรย์ในหิมวันตประเทศ จึงตรัสบอกเหตุ
ทั้งปวงที่ทรงประสบมา แล้วทรงบำเพ็ญกุศลมีทานเป็นต้น เสวยราชสมบัติ
นับแต่วาระนั้นเป็นต้นมา.
พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า
พระเจ้าภัลลาติยะ ได้ทรงสดับถ้อยคำของกินนร
ทั้งสองนี้แล้ว ทรงพระดำรู้ว่า ชีวิตเป็นของน้อย จึง
เสด็จกลับ ไม่เสด็จล่าเนื้อ ได้ทรงบำเพ็ญทาน
เสวยราชสมบัติสืบมา.
พระบรมศาสดาครั้นตรัสพระคาถานี้แล้ว เมื่อจะทรงโอวาทซ้ำอีก
ได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถา ความว่า
มหาบพิตรทั้งสอง ทรงสดับเรื่องราวของกินนร
ทั้งหลายมิใช่มนุษย์นี้แล้ว จงทรงเบิกบานพระทัย