Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 167

เล่ม มมร. 61 หน้า 167 ข้อ 2177 2178 2179
วันนี้เราอ้อนวอนเขาไว้ ก็ไม่ได้สมปรารถนา แม้เธอ ก็ควรจะอ้อนวอนโอรสของเธอดูบ้าง. [๒๑๗๗] (พระนางสุธรรมาเทวีตรัสว่า) ดูก่อน พระลูกรัก เจ้าจงยินดีด้วยภิกขาจาริยวัตรเถิด จงใคร่- ครวญในธรรมทั้งหลายแล้วละเว้นบรรพชาของคนมิจ- ฉาทิฏฐิเสียเถิด เจ้าจงวางอาชญาในสรรพสัตว์ นักบวช ละวางอาชญาในสรรพสัตว์ทั้งหลายแล้ว เป็นผู้ไม่ถูก ติเตียน ย่อมเข้าถึงพรหมสถาน. (พระราชาตรัสว่า) ดูก่อนสุธรรมาเทวี เธอพูดคำ เช่นใด คำเช่นนั้น น่าอัศจรรย์จริงหนอ เราได้รับ ทุกข์อยู่แล้ว เธอยังกลับเพิ่มทุกข์ให้อีก ฉันขอร้องเธอ ให้ช่วยอ้อนวอนลูก เธอกลับสนับสนุนให้โสมนัสส- กุมารเกิดอุตสาหะยิ่งขึ้น. [๒๑๗๘] (พระนางสุธรรมาเทวีตรัสว่า) พระ- อริยเจ้าเหล่าใดพ้นวิเศษแล้ว บริโภคปัจจัยอันหาโทษ มิได้ ดับรอบแล้ว เที่ยวไปในโลกนี้ หม่อมฉันไม่ อาจจะห้ามโอรสผู้ดำเนินไปตามมรรคา ของพระอริย- เจ้า เหล่านั้นได้. [๒๑๗๙] (พระราชาตรัสว่า) ชนเหล่าใดมีปัญญา เป็นพหูสูต ตรึกตรองเหตุการณ์ถี่ถ้วนมาก พระนาง สุธรรมาเทวีนี้ เป็นผู้มีความขวนขวายน้อย ปราศจาก ความโศกเศร้า ได้สดับคำสุภาษิตของชนเหล่าใด ชนเหล่านั้นควรจะสมาคมคบหาทีเดียว. จบโสมนัสสชาดกที่ ๙
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka