Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 173

เล่ม มมร. 61 หน้า 173 ข้อ 2179
ทูตทั้งหลายได้ฟังพระดำรัส ของพระราชกุมาร แล้ว ได้พาพระราชโอรสเข้าเฝ้าพระราชา ฝ่ายพระ- ราชโอรส ครั้นเห็นพระราชบิดา จึงกราบทูลไปแต่ ไกลว่า ข้าแต่พระราชบิดา ผู้เป็นจอมประการาษฎร์ พวกนายประตู พนักงานตำรวจดาบ และเพชฌฆาต ทั้งหลาย พากันมาเพื่อจะฆ่าข้าพระพุทธเจ้าเสีย ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบทูลถาม ขอได้ทรงพระกรุณา โปรดตรัสบอกเนื้อความนั้น แก่ข้าพระพุทธเจ้า วันนี้ ข้าพระพุทธเจ้ามีความผิดในเรื่องนี้ เป็นประการใด หรือ พระเจ้าข้า. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อหึสโก ความว่า ข้าพระองค์ไม่ เบียดเบียนใคร ๆ เป็นผู้เพรียบพร้อมด้วยศีลและอาจาระ. บทว่า เรณุมนุ- ปวิสฺส ความว่า ขอถวายพระพร พระองค์เรณุมหาราช อาตมาภาพเข้ามา อยู่อาศัย. บทว่า เหยิโตสฺมิ ความว่า อาตมาถูกโอรสของพระองค์ พาพวก บริวารเป็นอันมาก เข้ามากล่าวหมิ่นประมาทว่า เฮ้ยเจ้าดาบสโกง เพราะ เหตุไร เจ้าจึงมาอยู่ในที่นี้ ดังนี้แล้ว งัดแผ่นหินโยนทิ้ง ซ้ำทุบต่อยหม้อน้ำ แล้วมิหนำ ชกต่อยถีบเตะเบียดเบียนอาตมาภาพอีกด้วย. ดาบสนั้นกล่าวคำเท็จ แต่งให้เป็นเหมือนจริง ทูลให้พระราชาหลงเชื่อ ด้วยประการฉะนี้. บทว่า อายนฺตุ ความว่า พระเจ้าเรณุราช ทรงกริ้วพระราชกุมารว่า นับแต่กาลที่ได้ปฏิบัติผิดในพระผู้เป็นเจ้าของเราแล้ว โสมนัสสกุมารนั้น จัก ละอายแม้ในตัวเราก็หามิได้ เมื่อจะตรัสสั่งบังคับให้สำเร็จโทษพระราชกุมาร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka