Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 183

เล่ม มมร. 61 หน้า 183 ข้อ 2179
พระนางเทวี ตรัสคาถาอีกความว่า พระอริยเจ้าเหล่าใด พ้นวิเศษแล้วบริโภคปัจจัย อันหาโทษมิได้ ดับรอบแล้วเที่ยวไปในโลกนี้ หม่อมฉัน ไม่อาจจะห้ามโอรสผู้ดำเนินไปตามมรรคาของพระ- อริยเจ้าเหล่านั้นได้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิปฺปมุตฺตา ความว่า หลุดพ้นแล้ว จากกิเลสทั้งหลาย มีราคะเป็นต้น. บทว่า ปรินิพฺพุตา ความว่า ผู้ดับแล้ว ด้วยกิเลสปรินิพพานธาตุ. บทว่า ตมริยมคฺคํ ความว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ทรง พระคุณอันประเสริฐ หม่อมฉันไม่อาจจะห้ามพระโอรสของหม่อมฉัน ผู้เจริญรอยมรรคาอันเป็นของแห่งพระอริยเจ้าทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น เหล่านั้นได้. พระราชาทรงสดับพระเสาวนีย์ ของพระนางเทวีแล้วตรัสคาถาสุดท้าย ความว่า ชนเหล่าใดมีปัญญา เป็นพหูสูต ตรึกตรองเหตุ- การณ์ถี่ถ้วนมาก พระนางสุธรรมาเทวีนี้ เป็นผู้มี ความขวนขวายน้อย ปราศจากความโศกเศร้า ได้สดับ คำสุภาษิตของชนเหล่าใด ชนเหล่านั้นควรจะสมาคม คบหาทีเดียว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พหุานจินฺติโน ความว่า เป็นผู้คิด เหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นอันมาก. บทว่า เยสายํ ตัดบทเป็น เยสํ อยํ. แท้จริง พระนางสุธรรมาราชเทวีนั้น ได้ทรงสดับคำสุภาษิตของโสมนัสสกุมารนั่นเอง จึงเกิดเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย แม้พระราชาก็ตรัสหมายถึงพระราชโอรส นั้นเหมือนกัน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka