บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตว ภตฺตา ความว่า โอรสของเรานี้
จักเป็นสามีของเจ้า และตัวเจ้าก็จักได้เป็นอัครมเหสีแห่งโอรสของเราทีเดียว
ไปเถิด เจ้าจงประเล้าประโลมล่อพระโอรส ให้ทราบซึ้งกามรส.
ครั้นพระราชาตรัสอย่างนี้แล้ว ทรงส่งนางกุมาริกานั้นไปมอบแก่ชาว
พนักงาน ผู้อภิบาลบำรุงพระกุมาร โดยพระราชโองการว่า เจ้าพนักงาน
ผู้อภิบาลทั้งหลาย จงเปิดโอกาสแก่นางกุมาริกานี้เถิด. ในเวลาใกล้รุ่ง นาง
กุมาริกาถือพิณไปยืนอยู่ภายนอกใกล้ห้องบรรทมของพระกุมาร แล้วเอาปลาย
เล็บดีดพิณ ขับกล่อมคลอไปด้วยเสียงอันไพเราะ ประโลมล่อพระกุมารนั้น
พระบรมศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัส (พระคาถา
ทั้งหลาย) ความว่า
นางกุมารีนั้น ได้เข้าไปภายในพระราชฐานแล้ว
จึงกล่าวเป็นคาถาไพเราะ จับจิตใจ ยั่วยวนชวนให้
รักใคร่ เปลี่ยนแปลงขับลำนำ ประกอบไปด้วยกามา-
รมณ์ มากมายหลายอย่าง.
กามฉันทะบังเกิดแก่พระราชกุมารนั้น เพราะได้
ทรงสดับเสียงของนางกุมารี ผู้ขับกล่อมอยู่ พระราช-
กุมารจึงตรัสถามคนที่อยู่ใกล้เคียงว่า โอ ! นั่นเสียงใคร
หรือใครมาขับร้องเสียงสูงต่ำไพเราะจับใจ น่ารักนัก-
หนา ไพเราะหูของเรานัก.
(พวกพระพี่เลี้ยงจึงกราบทูลว่า) ขอเดชะ เสียงนี้
น่ายินดี น่าสนุกสนานมิใช่น้อย ถ้าพระองค์พึงบริโภค
กามคุณไซร้ กามทั้งหลายจะพึงเป็นที่โปรดปรานพอ-
พระทัยของพระองค์อย่างยิ่ง.