Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 227

เล่ม มมร. 61 หน้า 227 ข้อ 2227
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตว ภตฺตา ความว่า โอรสของเรานี้ จักเป็นสามีของเจ้า และตัวเจ้าก็จักได้เป็นอัครมเหสีแห่งโอรสของเราทีเดียว ไปเถิด เจ้าจงประเล้าประโลมล่อพระโอรส ให้ทราบซึ้งกามรส. ครั้นพระราชาตรัสอย่างนี้แล้ว ทรงส่งนางกุมาริกานั้นไปมอบแก่ชาว พนักงาน ผู้อภิบาลบำรุงพระกุมาร โดยพระราชโองการว่า เจ้าพนักงาน ผู้อภิบาลทั้งหลาย จงเปิดโอกาสแก่นางกุมาริกานี้เถิด. ในเวลาใกล้รุ่ง นาง กุมาริกาถือพิณไปยืนอยู่ภายนอกใกล้ห้องบรรทมของพระกุมาร แล้วเอาปลาย เล็บดีดพิณ ขับกล่อมคลอไปด้วยเสียงอันไพเราะ ประโลมล่อพระกุมารนั้น พระบรมศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัส (พระคาถา ทั้งหลาย) ความว่า นางกุมารีนั้น ได้เข้าไปภายในพระราชฐานแล้ว จึงกล่าวเป็นคาถาไพเราะ จับจิตใจ ยั่วยวนชวนให้ รักใคร่ เปลี่ยนแปลงขับลำนำ ประกอบไปด้วยกามา- รมณ์ มากมายหลายอย่าง. กามฉันทะบังเกิดแก่พระราชกุมารนั้น เพราะได้ ทรงสดับเสียงของนางกุมารี ผู้ขับกล่อมอยู่ พระราช- กุมารจึงตรัสถามคนที่อยู่ใกล้เคียงว่า โอ ! นั่นเสียงใคร หรือใครมาขับร้องเสียงสูงต่ำไพเราะจับใจ น่ารักนัก- หนา ไพเราะหูของเรานัก. (พวกพระพี่เลี้ยงจึงกราบทูลว่า) ขอเดชะ เสียงนี้ น่ายินดี น่าสนุกสนานมิใช่น้อย ถ้าพระองค์พึงบริโภค กามคุณไซร้ กามทั้งหลายจะพึงเป็นที่โปรดปรานพอ- พระทัยของพระองค์อย่างยิ่ง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka