Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 523

<< | หน้าที่ 523 | >>
{๒๒๒๒} [๓๐๕] ฝ่ายพระราชบุตรแสวงหามูลผลาผลในป่าได้เป็นจำนวนมาก

ทรงหาบมาในเวลาใกล้เที่ยงวัน เสด็จเข้าไปยังพระอาศรม

{๒๒๒๓} [๓๐๖] ก็แลฤๅษีพอเห็นขัตติยกุมาร จึงหลบไปยังฝั่งสมุทร

ด้วยดำริว่า เราจักเหาะไป แต่ท่านก็จมลงในห้วงน้ำใหญ่

{๒๒๒๔} [๓๐๗] ฝ่ายขัตติยกุมารทอดพระเนตรเห็นฤๅษีจมอยู่ในห่วงน้ำใหญ่

เพื่อจะทรงช่วยเหลือท่าน จึงได้ตรัสคาถาเหล่านี้ว่า

{๒๒๒๕} [๓๐๘] ตัวท่านเองเดินมาได้บนผิวน้ำไม่แตกแยกด้วยฤทธิ์

ครั้นถึงความคลุกคลีกับหญิงแล้ว จึงจมลงในห้วงน้ำใหญ่

[๓๐๙] ธรรมดาหญิงทั้งหลายมีความหมุนเวียนเปลี่ยนอยู่เสมอ

มีมายามาก ทำพรหมจรรย์ให้กำเริบ

ย่อมจมลง(ในนรก)

บุคคลรู้ชัดเนื้อความข้อนั้นแล้ว พึงเว้นให้ห่างไกล

[๓๑๐] หญิงเหล่านั้นพูดจาอ่อนหวาน ไม่รู้จักพอ

ให้เต็มได้ยากเหมือนกับแม่น้ำ ย่อมจมลง(ในนรก)

บุคคลรู้ชัดเนื้อความข้อนั้นแล้ว พึงเว้นให้ห่างไกล

[๓๑๑] หญิงเหล่านั้นคบหาชายใด

ด้วยความพอใจหรือด้วยทรัพย์ก็ตาม

ย่อมตามเผาผลาญชายนั้นทันที

เหมือนไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ของตนเอง

{๒๒๒๖} [๓๑๒] ความเบื่อหน่ายได้มีแก่ฤๅษีเพราะฟังพระดำรัสของขัตติยกุมาร

ฤๅษีนั้นกลับได้ทางที่ได้บรรลุมาก่อน จึงเหาะกลับไป

{๒๒๒๗} [๓๑๓] ฝ่ายขัตติยกุมารผู้ทรงพระปรีชา

ทอดพระเนตรเห็นฤๅษีกำลังเหาะไป

ทรงได้ความสังเวช จึงน้อมพระทัยสู่บรรพชา

[๓๑๔] ต่อแต่นั้น พระองค์ทรงบรรพชา

สำรอกกามราคะได้แล้ว ทรงเข้าถึงพรหมโลก ดังนี้

มหาปโลภนชาดกที่ ๑๑ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka