Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 242

เล่ม มมร. 61 หน้า 242 ข้อ 2254 2255 2256
หญิงสาวคนนั้น ซึ่งกำลังตั้งอยู่ในปฐมวัย ยังมิทันได้ บริโภคโภคสมบัติไป. อนึ่ง ชายหนุ่ม มีทรงงดงาม มีใบหน้าผ่องใส น่าดูน่าชม มีวรรณะเรืองรองดังทองคำ มีหนวดเครา ละเอียดอ่อน ดังเกสรดอกคำฝอย แม้ชายหนุ่มเห็นปาน นี้ก็ย่อมไปสู่อำนาจแห่งมฤตยู ขอเดชะ ข้าพระองค์จะ ละกามละเรือนเสียแล้ว จักบวช ขอได้โปรดทรง พระกรุณาอนุญาตข้าพระองค์บวชเถิด พระเจ้าข้า. [๒๒๕๔] (พราหมณ์ปุโรหิต กล่าวว่า) ดูก่อน แม่วาเสฏฐิ ต้นไม้จะได้นามโวหารว่าต้นไม้ได้ ก็เพราะ มีกิ่งและใบ ชาวโลกเขาเรียกต้นไม้ที่ไม่มีกิ่งและใบว่า เป็นตอไม้ ทุกวันนี้ เราเป็นผู้มีบุตรละทิ้งไปเสียแล้ว ถึงเวลาที่เราจักบวชภิกษาจาร. [๒๒๕๕] (นางพราหมณี กล่าวว่า) นกกระเรียน ทั้งหลาย บินไปในอากาศได้คล่องแคล่ว ฉันใด เมื่อ สิ้นฤดูฝนแล้ว หงส์ทั้งหลาย พึงทำลายใยที่แมลงมุม ทำไว้ไปได้ฉันนั้น บุตรและสามีของเราพากันไปหมด ไฉนเราจะไม่ปฏิบัติตามบุตรและสามีของเราเล่า. [๒๒๕๖] (พระนางเทวี ตรัสว่า) ฝูงแร้งเหล่านี้ ครั้นกินเนื้อแล้ว ก็สำรอกออกเสีย จึงบินไปได้ ฝ่าย แร้งเหล่าใด กินเนื้อแล้วไม่สำรอกเนื้อออก แร้ง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka