Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 257

เล่ม มมร. 61 หน้า 257 ข้อ 2260
อัสสปาลกุมารให้โอวาทต่อไปว่า ขอพระองค์และท่านบิดา จงดำรง อยู่เป็นสุขเถิด ชรา พยาธิ และมรณะย่อมรุกรานข้าพระพุทธเจ้า ผู้กำลัง กล่าวสนทนากับท่านทั้งสองอยู่ทีเดียว แล้วพาบริษัทมีโยชน์หนึ่งเป็นกำหนด ออกไปยังสำนักของหัตถิปาลกุมาร. หัตถิปาลกุมารนั่งอยู่บนอากาศ แสดง ธรรมแก่อัสสปาลกุมารแล้วกล่าวว่า น้องรัก สมาคมนี้จักใหญ่ยิ่ง พวกเราจัก อยู่ในที่นี้ก่อน. ฝ่ายอัสสปาลกุมารก็รับคำ (แล้วอยู่ในที่นั้น ). วันรุ่งขึ้น พระราชากับราชปุโรหิต พากันไปสู่นิเวศน์ของโคปาลกุมาร ด้วยอุบายอย่างนั้น เหมือนกัน อันโคปาลกุมารยินดีต้อนรับ เหมือนดังที่กล่าวมาแล้ว จึงแจ้งเหตุ แห่งการมาของตนให้ทราบ. แม้โคปาลกุมารก็ปฏิเสธเหมือนอัสสปาลกุมาร กล่าวว่า ข้าพเจ้าปรารถนาจะบวชมานานแล้ว. เที่ยวใคร่ครวญหาทางบรรพชา ดังคนหาโคที่หายไป ข้าพเจ้าเห็นทางที่พี่ชายทั้งสองของข้าพเจ้าไปแล้ว เหมือนคนพบรอยโคที่หายไป ฉะนั้นข้าพเจ้าเองก็จักไปตามทางนั้นเหมือนกัน แล้วกล่าวคาถา ความว่า ขอเดชะพระราชาธิบดี บุรุษผู้เลี้ยงโคไม่เห็นโค ที่หายไปในป่าทึบมืด ฉันใด ขอเดชะพระองค์ผู้ทรง พระนามว่า เอสุการี ประโยชน์ของข้าพระพุทธเจ้า ก็หายไปแล้วฉันนั้น อย่างไรเล่า ข้าพระพุทธเจ้าจักไม่ แสวงหาต่อไป. บรรดาบทเหล่านั้น โคปาลกุมารเรียกพระราชาว่า เอสุการี. บทว่า มมตฺโถ ความว่า ประโยชน์กล่าวคือบรรพชาของข้าพระพุทธเจ้าหายไป เหมือนโคหายไปในป่า. บทว่า โสหํ ความว่า วันนี้ ข้าพระพุทธเจ้าเห็น รอยทางแห่งบรรพชิตทั้งหลายแล้ว ไฉนจะไม่แสวงหาการบรรพชา ขอเดชะ พระนรินทรราชเจ้า ข้าพระพุทธเจ้า จักไปสู่ทางที่พี่ชายทั้งสองของข้าพระ- พุทธเจ้าไปแล้วเหมือนกัน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka