Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 532

<< | หน้าที่ 532 | >>
(พระราชาเกิดความสลดพระทัยเมื่อจะทรงชมเชยพระเทวี จึงตรัสคาถาว่า)

{๒๒๕๗} [๓๕๕] บุรุษผู้มีกำลังฉุดบุรุษผู้มีกำลังทราม

ที่จมอยู่ในเปือกตมและหล่มเลนขึ้นได้ฉันใด

แม่ธิดาแห่งปัญจาลนครผู้เจริญ แม้พระนางก็ฉันนั้น

พยุงพี่ให้ข้ามขึ้นจากเปือกตมคือกามได้ด้วยคาถาสุภาษิต

(พระศาสดาเมื่อจะประกาศว่าพระราชาทรงผนวชแล้ว จึงตรัสพระคาถาว่า)

{๒๒๕๘} [๓๕๖] พระเจ้าเอสุการีมหาราช ผู้เป็นใหญ่ทั่วทิศ

ครั้นตรัสพระดำรัสนี้แล้วละแคว้นทรงผนวชแล้ว

เหมือนพญาช้างตัดเครื่องผูกได้ขาด

(ชาวเมืองประชุมกันไปกราบทูลพระราชเทวี จึงกล่าวคาถาว่า)

{๒๒๕๙} [๓๕๗] ก็พระราชาผู้กล้าหาญ ประเสริฐกว่านรชน

ทรงพอพระทัยการบรรพชา ละแคว้นไปแล้ว

แม้พระนางก็จงทรงเป็นพระราชาของพวกข้าพระพุทธเจ้าเถิด

พวกข้าพระพุทธเจ้าถวายความคุ้มครองแล้ว

ขอพระนางทรงครอบครองราชสมบัติโดยธรรมเหมือนพระราชาเถิด

(พระราชเทวีทรงสดับคำกราบทูลของมหาชนแล้ว จึงตรัสคาถาที่เหลือว่า)

{๒๒๖๐} [๓๕๘] ก็พระราชาผู้กล้าหาญ ประเสริฐกว่านรชน

ทรงพอพระทัยการบรรพชา ละแคว้นไปแล้ว

ถึงเราก็จักละกามทั้งหลาย ซึ่งเป็นที่น่ารื่นรมย์ยินดี

ท่องเที่ยวไปคนเดียวในโลก

[๓๕๙] ก็พระราชาผู้กล้าหาญ ประเสริฐกว่านรชน

ทรงพอพระทัยการบรรพชา ละแคว้นไปแล้ว

ถึงเราก็จักละกามทั้งหลายที่มีอยู่โดยทั่วไป

ท่องเที่ยวไปคนเดียวในโลก

[๓๖๐] กาลเวลาย่อมล่วงเลยไป ราตรีย่อมผ่านพ้นไป

ชั้นแห่งวัยก็ละลำดับไป ถึงเราก็จักละกามทั้งหลาย

ซึ่งเป็นที่น่ารื่นรมย์ยินดีท่องเที่ยวไปคนเดียวในโลก


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka