กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัย
ย่อมละลำดับไป แม้เราก็จักละกามทั้งหลายอันตั้งอยู่
เป็นถ่องแถว เที่ยวไปในโลกแต่ผู้เดียว.
กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัย
ย่อมละลำดับไป แม้เราก็จักเป็นผู้เยือกเย็น ก้าวล่วง
ความข้องทั้งปวง เที่ยวไปในโลกแต่ผู้เดียว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอกา ความว่า เราจักหลีกออกจาก
กิเลสสัมภาระ คือ บุตรธิดา เป็นผู้ ๆ เดียวเที่ยวไปในโลก. บทว่า กามานิ
ได้แก่ กามคุณทั้งหลาย มีรูปเป็นต้น. บทว่า ยโถธิกานิ ความว่า กามคุณ
ทั้งหลายตั้งอยู่โดยถ่องแถวใด ๆ เราจักละเสียซึ่งกามคุณทั้งหลายอันตั้งอยู่โดย
ถ่องแถวนั้น ๆ อย่างนั้น คือเราจักไม่แตะต้องอะไรอีก. บทว่า อจฺเจนฺติ
กาลา ความว่า กาลทั้งหลายมีเวลาเช้าเป็นต้น ย่อมล่วงไป ๆ. บทว่า
ตรยนฺติ ความว่า ราตรีย่อมผ่านไป คือมิได้ผ่านไปเปล่า ย่อมยังอายุสังขาร
ให้สิ้นเปลืองไป เคี้ยวกินอายุสังขารไป. บทว่า วโยคุณา ความว่า
วัยทั้งสามมีปฐมวัยเป็นต้นก็ดี ส่วนแห่งหมวดสิบ มีมันททสกะเป็นต้นก็ดี
(ย่อมละลำดับไป). บทว่า อนุปุพฺพํ ชหนฺติ ความว่า หาถึงโกฏฐาสคือ
ส่วนที่สูง ๆ ขึ้นไปไม่ ย่อมดับไปเสียในระหว่างนั้น ๆ นั่นเอง.
บทว่า สีติภูตา ความว่า แม้เราก็จักละกิเลสทั้งหลาย อันกระทำ
ความร้อน คือมีความร้อนเป็นสภาพ เป็นผู้เยือกเย็น. บทว่า สพฺพมติจฺจ
สงฺคํ ความว่า เราจักก้าวล่วงกิเลสเป็นเครื่องข้องทุกอย่าง มีกิเลสเป็นเครื่อง
ข้องคือราคะเป็นต้น แล้วเป็นผู้เดียวเที่ยวไป ได้แก่จักไปสู่สำนักแห่งหัตถิ-
ปาลกุมารแล้วบวช.