Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 299

เล่ม มมร. 61 หน้า 299 ข้อ 2289 2290
[๒๒๘๙] เหตุนั้น ข้าพเจ้าทราบแล้ว ท่านจง อดกลั้นไว้ก่อน ข้าพเจ้าจะยอมอุทิศตน และให้ มะม่วงแก่ท่าน เพราะท่านละกามคุณที่ละได้ยาก แล้ว ตั้งไว้ซึ่งความสงบ และสุจริตธรรม. บุคคลใดละสังโยชน์ในก่อนได้ แล้วภายหลัง มาตั้งอยู่ในสังโยชน์ ประพฤติอธรรมอยู่ บาปย่อม เจริญแก่บุคคลนั้น. มาเถิด ข้าพเจ้าจะนำท่านไปยังสวนมะม่วง ท่าน จงเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย โดยส่วนเดียวเถิด ข้าพเจ้าจักนำท่านไปในสวนมะม่วงอันร่มเย็น ท่าน จงเป็นผู้ไม่ขวนขวายอยู่เถิด. ดูก่อนท่านผู้ปราบปรามข้าศึก สวนนั้นเกลื่อน- กล่นไปด้วยหมู่นก ที่มัวเมาอยู่ในรสดอกไม้ มีนก กระเรียน นกยูง นกเขา ตัวมีสร้อยคออันน่าชม มีหมู่ หงส์ส่งเสียงร้องขรม ฝูงนกดุเหว่าที่ร้องปลุกสัตว์ ทั้งหลายอยู่ในสวนมะม่วงนั้น. ผลมะม่วงในสวนนั้น ดกเป็นพวงๆดุจฟ่อนฟาง ปลายกิ่งห้อยโน้มลงมา มีทั้งต้นคำ ต้นสน ต้นกระทุ่ม และผลตาลสุกห้อยอยู่เรียงราย. [๒๒๙๐] ท่านทรงทิพมาลา ผ้าโพกศีรษะ และเครื่องอาภรณ์ล้วนแต่เป็นทิพย์ มีทองต้นแขน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka