Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 366

เล่ม มมร. 61 หน้า 366 ข้อ 2326
แท้จริง สสบัณฑิตนั้น สำคัญท้าวสักกเทวราชนี้ ว่าเป็นพราหมณ์ จึงได้ให้อยู่ เพื่อให้สรีระของตน เป็นทาน ด้วยเหตุนั้นแล จันทิมเทพบุตร จึงมีรูปกระ- ต่ายปรากฏ สมประสงค์ของโลกอยู่จนทุกวันนี้. คาถานั้น มีอธิบายว่า สสบัณฑิตนั้น สำคัญสักกพราหมณ์ แม้ นี้ว่า ผู้นี้เป็นพราหมณ์ จึงพูดว่า วันนี้เชิญท่านเคี้ยวกินสรีระของเราในที่นี้ แห่งเดียวเถิด แล้วให้อาศัย คือให้อยู่พักเพื่อให้สรีระของตนเป็นทานอย่างนี้ และแล้วได้ให้สรีระเพื่อเป็นอาหารแก่สักกพราหมณ์นั้น ท้าวสักกเทวราช จึงบีบเอารสอันเกิดแต่บรรพต มาเขียนเป็นภาพกระต่ายไว้ในมณฑลพระจันทร์ นับแต่นั้นมา เพราะภาพกระต่ายนั้นเอง จันทิมเทพบุตรนั้น ชาวโลกจึงรู้กัน ทั่วว่า กระต่าย กระต่าย ดังนี้ จันทิมเทพบุตรมีรูปกระต่ายปรากฏ แจ่ม กระจ่างอย่างนี้ สมประสงค์ คือยังความพอใจของโลกให้เจริญ รุ่งโรจน์อยู่ จนทุกวันนี้ และเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องอัศจรรย์ อยู่ตลอดกัป. ยักษ์ได้ฟังดังนั้น เมื่อจะปล่อยพระราชกุมาร จึงกล่าวคาถา ความว่า พระจันทร์ พระอาทิตย์ พ้นจากปากแห่งราหู แล้ว ย่อมไพโรจน์ในวันเพ็ญฉันใด ดูก่อนท่านผู้มี อานุภาพมาก ท่านก็ฉันนั้นหลุดพ้นจากเรา ผู้กินเนื้อ มนุษย์เป็นอาหารแล้ว ยังพระชนกชนนีให้ปลื้มพระ- ทัย จงรุ่งโรจน์ในกบิลรัฐ อนึ่ง พระประยูรญาติของ ท่านจงยินดีกันทั่วหน้า. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ภาณุมา ได้แก่พระอาทิตย์ ท่านอธิบาย ว่า พระจันทร์หรือพระอาทิตย์ พ้นจากปากราหูแล้วย่อมสว่างไสว ในดิถี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka