Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 411

เล่ม มมร. 61 หน้า 411 ข้อ 2360 2361 2362 2363 2364
[๒๓๖๐] ข้าพเจ้าเป็นเหมือนคนทิ้งหาบเนื้อแล้ว วิ่งตามเหี้ยไป ถึงจะถูกถามอรรถและธรรมก็ไม่อาจจะ บอกแก่ท่านได้ ข้าแต่ท่านพราหมณ์สุจีรตะ น้องชาย ของข้าพเจ้าชื่อว่า สัญชย มีอยู่ เชิญท่านไปถามอรรถ และธรรมกะเธอดูเถิด. [๒๓๖๑] มหาพราหมณ์ผู้ภารทวาชโคตรนั้น ได้ ไปถึงสำนักสัญชยกุมารแล้ว ได้เห็นสัญชยกุมารนั่ง อยู่ในนิเวศน์ของตน จึงพูดว่า [๒๓๖๒] เราเป็นราชทูตของพระเจ้าโกรัพัยราช ผู้ยงยศทรงส่งมา พระองค์ผู้ยุธิฏฐิลโคตร ดำรัสถาม อรรถและธรรม ได้ตรัสว่าดังนี้ ดูก่อนสัญชยกุมารเจ้า ถูกถามแล้ว จงบอกอรรถและธรรมนั้นเถิด. [๒๓๖๓] ข้าแต่ท่านสุจีรตพราหมณ์ มัจจุราช ย่อมกลืนกินข้าพเจ้า ทั้งเช้าและเย็น ถึงถูกท่านถาม ก็ไม่สามารถจะบอก อรรถและธรรมแก่ท่านได้. ท่านพราหมณ์สุจีรตะ น้องชายของข้าพเจ้ามีอยู่ ชื่อว่าสัมภวกุมาร เชิญท่านไปถามอรรถและธรรม กะเธอดูเถิด. [๒๓๖๔] ชาวเราเอ๋ย ปัญหานี้ เป็นธรรม น่าอัศจรรย์จริง เราไม่พอใจเลย ชนทั้ง ๓ คน คือ บิดาและบุตรสองคน ยังไม่มีปัญญารู้แจ้งธรรมนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka