ที่สำคัญกว่าอวเสสชน. อธิบายว่า โลกคล้อยตามพระราชา เมื่อพระราชา
มีธรรม ชาวโลกทั้งหมดก็เป็นผู้มีธรรม เพราะฉะนั้น ขึ้นชื่อว่าธรรมนี้เป็นกิจ
ของพระราชาทีเดียว.
บทว่า อิธ เจวานนฺทิตา ความว่า พระราชาตรัสถามธัมมยาคปัญหา
กะพราหมณ์ปุโรหิตว่า เราทั้งหลายจะไม่ถูกนินทาในโลกนี้และโลกหน้า ด้วย
เหตุใด. บทว่า เยน ปปฺเปมุ ความว่า เราทั้งหลายจะไม่เกิดในนรกเป็นต้น
พึงถึงยศคือความเป็นใหญ่ ได้แก่ ถึงความเป็นผู้เลิศด้วยความงามในเทวโลก
และมนุษยโลกด้วยเหตุใด ท่านจงบอกเหตุนั้นแก่เรา.
บทว่า โยหํ ความว่า ดูก่อนพราหมณ์ เราปรารถนาจะกระทำด้วย
สมาทานแล้วประพฤติด้วย ซึ่งอรรถคือผลวิบากและธรรมคือเหตุแห่งผลนั้น
และยังอรรถธรรมนั้นให้เกิดขึ้นด้วย. บทว่า ตํ ตฺวํ ความว่า เมื่อเราปรารถนา
จะขึ้นสู่ทางอันยังสัตว์ให้ถึงพระนิพพานโดยสะดวกแล้ว เป็นผู้หาปฏิสนธิมิได้
เมื่อท่านถูกถามถึงอรรถและธรรมนั้น จงบอกคือกล่าวกระทำให้ปรากฏเถิด.
ก็ปัญหานี้ ลึกซึ้งเป็นพุทธวิสัย ควรที่จะถามเฉพาะพระสัพพัญญู-
พุทธเจ้าเท่านั้น เมื่อพระสัพพัญญูพุทธเจ้าไม่มี ควรถามพระโพธิสัตว์ ก็เพราะ
สุจีรตปุโรหิต มิใช่พระโพธิสัตว์ จึงไม่สามารถแก้ปัญหาถวายได้ และเมื่อ
ไม่สามารถ ก็ไม่ทำการถือตนว่าเป็นบัณฑิต เมื่อจะกราบทูลความที่ตนไม่
สามารถจึงกล่าวคาถา ความว่า
ขอเดชะพระขัตติยราช พระองค์ทรงปรารถนา
จะปฏิบัติตามอรรถและธรรมใด นอกจากวิธุรพราหมณ์
แล้ว ไม่มีใครอื่นที่จะสมควรชี้แจงอรรถและธรรมนั้น
ได้.