Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 565

<< | หน้าที่ 565 | >>
[๑๖๔] สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา

ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก

พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

[๑๖๕] ท่านพราหมณ์ ไฟป่ามีเปลวไฟเป็นช่อ เรืองโรจน์

ลุกโพลงอยู่ที่กอไม้ในป่า ไม่อิ่มต่อเชื้อเพลิง มีทางดำ

[๑๖๖] กินเปรียงเป็นอาหาร มีควันเป็นธง

ไหม้ลามจนถึงยอดไพรสณฑ์ มีเชื้อไฟเพียงพอ

โชติช่วงอยู่บนยอดภูเขาในเวลากลางคืนฉันใด

[๑๖๗] สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา

ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก

พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

[๑๖๘] ม้าดีจะรู้ได้เพราะความว่องไว

โคพลิพัทท์จะรู้ได้ในเมื่อมีภาระที่จะต้องลากไป

แม่โคนมจะรู้ได้เพราะน้ำนม และบัณฑิตจะรู้ได้เมื่อเจรจาฉันใด

[๑๖๙] สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา

ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก

พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้

(พระศาสดาเมื่อทรงเปิดเผยความนั้น จึงตรัสว่า)

{๒๓๖๖} [๑๗๐] มหาพราหมณ์ภารทวาชะนั้นไปถึงสำนักสัมภวกุมารแล้ว

ได้เห็นเขากำลังเล่นอยู่นอกบ้าน

(สุจีรตพราหมณ์ได้ถามปัญหาว่า)

{๒๓๖๗} [๑๗๑] เราถูกพระเจ้าโกรัพยะผู้ทรงยศส่งมาเป็นทูต

พระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิละได้ตรัสอย่างนี้ว่า

ท่านพึงถามอรรถและธรรม พ่อหนูสัมภวะ ลุงถามเจ้าแล้ว

ขอเจ้าจงบอกอรรถและธรรมนั้นด้วยเถิด


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka