แต่ภัทรการะ ผู้เป็นบุตรเกิดแต่อกของเรามีอยู่
เชิญท่านไปถามอรรถและธรรมกะเธอดูเถิด ท่าน-
พราหมณ์.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โอรโส ได้แก่ ผู้เจริญแล้วในอก. บทว่า
อตฺรโช แปลว่า เกิดเพราะตน.
สุจีรตพราหมณ์ ฟังดังนั้น จึงออกจากเรือนของวิธุรพราหมณ์ ไปยัง
นิเวศน์ของภัทรการมาณพ ในเวลาที่เธอรับประทานอาหารเสร็จแล้ว นั่งอยู่
ท่ามกลางบริษัทของตน.
พระบรมศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสพระคาถา
ที่ ๑๑ ความว่า
มหาพราหมณ์ผู้ภารทวาชโคตรนั้น ได้ไปถึง
สำนักของภัทรการะ ได้เห็นเธอกำลังนั่งอยู่ในเรือน
ของตน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เวสฺมนิ แปลว่า ในเรือน.
สุจีรตพราหมณ์ไปที่นั้นแล้ว อันภัทรการมาณพจัดการต้อนรับ และ
ทำสักการะเคารพ นั่งแล้วถูกถามถึงเหตุที่มา จึงกล่าวคาถาที่ ๑๒ ความว่า
เราเป็นราชทูตของพระเจ้าโกรัพยราช ผู้ยงยศ
ทรงส่งมา พระองค์ผู้ยุธิฏฐิลโคตร ตรัสถามถึงอรรถ
และธรรม ได้ตรัสแล้วอย่างนี้ ดูก่อนภัทรการมาณพ
เธอจงบอกอรรถและธรรมนั้นแก่เราด้วย.
ลำดับนั้น ภัทรการมาณพจึงกล่าวกะ สุจีรตพราหมณ์ว่า ข้าแต่คุณพ่อ
ข้าพเจ้าเคลิบเคลิ้มอยู่ในปรทาริกกรรมทุก ๆ วัน จิตของข้าพเจ้ามัวหมอง