Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 473

เล่ม มมร. 61 หน้า 473 ข้อ 2405
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิกิณฺณวาจํ ได้แก่ ผู้มีวาจาแผ่ไปแล้ว. บทว่า อนิคุยฺหมนฺตํ ได้แก่ ผู้มีความรู้ไม่ปกปิด. บทว่า อสญฺตํ ได้แก่ ผู้ไม่สามารถเพื่อจะรักษากายทวารเป็นต้นได้. บทว่า อปริจกฺขิตารํ ความว่า ผู้ไม่สามารถที่จะตรวจตราใคร่ครวญดูว่า ผู้นี้จักสามารถ หรือจักไม่สามารถ ที่จะรักษามนต์ที่เราบอกแล้ว. บทว่า ภยํ ตมนฺเวติ ความว่า ผู้ประกอบด้วย องค์ ๔ เหล่านี้. บทว่า อโพธํ ความว่า ภัยอันตนเองนั่นแหละกระทำ ย่อมตามถึงบุคคลผู้ไร้ปัญญา เหมือนพญาครุฑตามถึงเรา ผู้ชื่อปัณฑรกนาคราช ฉะนั้น. บทว่า สํสติ หาสมาโน ความว่า ผู้ใดยินดีบอกมนต์ลึกลับที่ตน ควรจะรักษา แก่คนชั่วผู้ไม่สามารถจะรักษาได้. บทว่า นานุมิตฺโต ความว่า พญาปัณฑรกนาคราช ปริเทวนาการว่า ผู้ใดเป็นมิตรเพียงแต่คอยคล้อยตาม มิใช่เป็นมิตรด้วยหทัย ผู้นั้นไม่ควรบอกเนื้อความอันเร้นลับ. บทว่า อสมฺพุทฺธํ ความว่า เป็นคนโง่ คือไม่รู้ อธิบายว่า ไม่มี ปัญญา. บทว่า สมฺพุทฺธํ ความว่า เป็นคนฉลาด คือรู้ อธิบายว่า มีปัญญา. มีคำอธิบายดังนี้ แม้ผู้ใดเป็นมิตรมีใจดี แม้ไม่มีปัญญาก็ตาม และผู้ใดแม้จะ มีปัญญา แต่มีความประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์ คือมีความประพฤติที่โน้ม เอียงไปในอนัตถะ แม้ผู้นั้นย่อมไม่ควรจะให้รู้ความลับ. บทว่า สมโณ อยํ ความว่า พญานาคนั้นปริเทวนาการอยู่ว่า เราสำคัญว่า ผู้นี้เป็นสมณะด้วย โลกเขายกย่องนับถือด้วย มีตนอันอบรมแล้วด้วย จึงถึงความคุ้นเคยในมัน. บทว่า อกฺขึ แปลว่า บอกแล้ว. บทว่า อตีตมตฺโถ ความว่า บัดนี้เรา ขาดประโยชน์แล้ว คือ เป็นผู้ล่วงเลยประโยชน์แล้ว ต้องร้องไห้ดุจคนกำพร้า. บทว่า ตสฺส ความว่า แก่อเจลกนั้น. พญานาคราชเรียกพญาครุฑว่า พรหม พญาครุฑที่ประเสริฐ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka