Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 487

เล่ม มมร. 61 หน้า 487 ข้อ 2405
พิจารณาเห็นโลกนี้และโลกหน้า ก็ท่านเป็นคนไม่ สำรวม แต่ประพฤติลวงโลก ด้วยเพศของผู้สำรวมดี. ท่านไม่เป็นอริยะ แต่ปลอมตัวเป็นอริยะ ไม่ใช่ คนสำรวม แต่ทำคล้ายคนสำรวม ท่านเป็นคนชาติ เลวทราม ไม่ใช่คนประเสริฐ ได้ประพฤติบาปทุจริต เป็นอันมาก. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น เม ความว่า แน่ะท่านชีเปลือยทุศีล นักพูดเท็จผู้เจริญ ความจริงสำหรับบรรพชิต ผู้เล็งเห็นโลกนี้และโลกหน้า ย่อมไม่ถือว่า สิ่งนี้เป็นที่รักของเรา สิ่งนี้ไม่เป็นที่รักของเราเลย แต่ท่านเป็น คนไม่สำรวม ประพฤติลวงโลกนี้ ด้วยเพศบรรพชิตของผู้มีศีลสำรวมดี. บทว่า อริยาวกาโสสิ ความว่า มิใช่อริยะ ก็ปลอมตัวเป็นอริยะ. บทว่า อสญฺโต ความว่า มิใช่เป็นผู้สำรวมด้วยกายเป็นต้น. บทว่า กณฺหาภิชาติโก ความว่า เป็นคนมีสภาพเลวทราม. บทว่า อนริยรูโป ความว่า ขาดหิริความละอาย ต่อบาป. บทว่า อจริ ได้แก่ ได้กระทำ (บาปทุจริตมากมาย). ครั้นปัณฑรกนาคราช ติเตียนชีเปลือยอย่างนี้แล้ว เมื่อจะสาปแช่ง จึงกล่าวคาถานี้ ความว่า แน่ะเจ้าคนเลวทราม เจ้าประทุษร้ายต่อผู้ไม่ ประทุษร้าย ทั้งเป็นคนส่อเสียด ด้วยคำสัตย์นี้ ขอศีรษะ ของเจ้าจงแตกออกเป็นเจ็ดเสี่ยง. คาถานั้น มีอธิบายว่า เฮ้ย ! เจ้าคนเลวทราม ด้วยอันกล่าวคำสัตย์ นี้ว่า เจ้าเป็นคนมักประทุษร้ายต่อมิตร ผู้ไม่ประทุษร้าย ทั้งเป็นคนส่อเสียด ด้วย ขอศีรษะของเจ้า จงแตกออกเป็นเจ็ดภาค.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka