Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 507

เล่ม มมร. 61 หน้า 507 ข้อ 2418
ขอความสัตย์ ที่หม่อมฉันมิได้เคยรักบุรุษอื่น ยิ่งกว่าทูลกระหม่อมเป็นความจริง ด้วยอำนาจสัจจ วาจานี้ ขอพยาธิของทูลกระหม่อมจงระงับดับหาย. บรรดาบทเหล่านั้น ตถาศัพท์ บัณฑิตพึงประกอบเข้ากับบทนี้ว่า เจ มม. มีอธิบายว่า หม่อมฉันทูลอย่างใด ถ้าเป็นความจริงของหม่อมฉัน อย่างนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ขอความจริงจงช่วยพิทักษ์รักษาหม่อมฉัน แม้ในบัดนี้ แม้ในกาลต่อไป จักช่วยพิทักษ์รักษาแม้ในกาลอนาคต บัดนี้ขอเชิญพระองค์ จงสดับถ้อยคำของหม่อมฉันเถิด. บทว่า ยถาหํ นาภิชานามิ ความว่า ก็ในพระคัมภีร์ทั้งหลายท่านเขียนไว้ว่า " ตถา มํ สจฺจํ ปาเลมิ " คำนั้น ไม่มีในอรรถกถา. เมื่อพระนางสัมพุลา กระทำสัจจกิริยาอย่างนี้ แล้วรดน้ำถวายเท่านั้น โรคเรื้อนของโสตถิเสนราชกุมาร ก็ระงับหายทันที ดุจสนิมทองแดงถูกล้าง ด้วยน้ำส้มฉะนั้น. ทั้งสองพระองค์เสด็จอยู่ในอาศรมนั้น สอง-สามราตรีก็ ออกจากป่า ดำเนินไปถึงเมืองพาราณสี เข้าไปยังพระอุทยาน. พระราชาทรงทราบว่า พระราชโอรสกับพระสุณิสา กลับมาจึงเสด็จ ไปยังพระอุทยาน ตรัสสั่งให้ยกเศวตฉัตรถวายโสตถิเสนราชโอรส และให้ อภิเษกพระนางสัมพุลาไว้ในตำแหน่งอัครมเหสี ในพระอุทยานนั้นเอง แล้ว เชิญเสด็จสู่พระนคร ส่วนพระองค์เองทรงผนวชเป็นฤาษี เสด็จอยู่ ณ พระ- ราชอุทยานนั้น และเสด็จไปเสวยในพระราชนิเวศน์นั้นแหละเป็นประจำ. ฝ่าย พระเจ้าโสตถิเสน ได้พระราชทานเพียงตำแหน่งพระอัครมเหสี แก่พระนาง สัมพุลาอย่างเดียว หาได้มีราชสักการะอะไร ๆ อีกไม่ มิได้สนพระทัยถึงว่า พระนางสัมพุลานั้นมีตัวอยู่ มัวแต่อภิรมย์กับสนมอื่น ๆ เท่านั้น. ด้วยความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka