แค้นต่อหญิงผู้ร่วมพระราชสวามี พระนางสัมพุลาได้มีพระวรกายซูบผอม
เป็นโรคผอมเหลือง มีพระวรกายสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น. วันหนึ่งพระนางได้
ไปยังสำนักพระสัสสุรดาบส ผู้เสด็จมาเสวยในพระราชวัง เพื่อต้องการจะ
บรรเทาโศกาดูร ถวายบังคมพระดาบสผู้เสวยเสร็จแล้ว ประทับ ณ ที่ส่วน
ข้างหนึ่ง.
พระสัสสุรดาบสนั้น ครั้นทอดพระเนตรเห็นพระนาง มีพระอินทรีย์
เศร้าหมอง จึงตรัสพระคาถา ความว่า
แน่ะนางผู้เจริญ กุญชรสูงใหญ่ มีมากมายถึง
๗๐๐ มีพลโยธาถืออาวุธขี่ประจำ คอยพิทักษ์รักษาอยู่
ทั้งกลางวันและกลางคืน และพลโยธาที่ถือธนู ก็มีถึง
๑,๖๐๐ พิทักษ์รักษาอยู่ เธอเห็นศัตรูชนิดไหน.
พระคาถานั้นมีอธิบายว่า พระสัสสุรดาบสดำรัสถามว่า แน่ะนาง
สัมพุลาผู้เจริญ กุญชรของเรา ๗๐๐ ประกอบไปด้วยอาวุธพร้อมสรรพ์ โดยมี
ทหารขึ้นขี่คอช้างเหล่านั้นซุ่มอยู่ ทั้งทหารธนู ๑,๖๐๐ คนอื่น ๆ อีก ก็พากัน
พิทักษ์รักษาพระนครพาราณสี อยู่ตลอดคืนตลอดวัน เมื่อพระนครมีอารักขา
ดีอย่างนี้ เจ้ายังจะเห็นศัตรูชนิดไรอยู่หรือ แน่ะนางผู้เจริญ ในเวลาที่เจ้ามา
จากป่าอันน่ารังเกียจ มีภัยรอบด้าน ดูมีสรีระเปล่งปลั่งสมบูรณ์ แต่บัดนี้
ดูเจ้าซูบซีดผิวพรรณดังเป็นโรคผอมเหลือง อินทรีย์เศร้าหมองเหลือเกิน
เจ้าเกรงสิ่งใดเล่า ?
พระนางสัมพุลาได้สดับพระดำรัส ของพระสัสสุรดาบส แล้วทูลว่า
ข้าแต่สมมติเทพ เพราะพระราชโอรสของพระทูลกระหม่อม ไม่ทรงกรุณา
กระหม่อมฉัน ดังในกาลก่อน แล้วตรัสคาถา ๕ คาถา ความว่า