แม้เจ้านกกุณฑลินี แสดงธรรมด้วยคาถา ๑๑ คาถาด้วยประการอย่างนี้
พระราชาทรงดีพระทัย ตรัสเรียกอำมาตย์มารับสั่งถามว่า ดูก่อนท่านอำมาตย์
ผู้เจริญทั้งหลาย เราควรทำกิจอันใดแก่เจ้ากุณฑลินี ราชธิดาของเราผู้กล่าวธรรมอยู่
อย่างนี้ ?
พวกอำมาตย์กราบทูลว่า ควรกระทำโดยการมอบตำแหน่งขุนคลังให้
พระเจ้าข้า. ตรัสว่า ถ้าเช่นนั้นเราจะให้หน้าที่การงานตำแหน่งขุนคลังแก่ธิดา
ของเรา แล้วทรงแต่งตั้งนางนกกุณฑลินีไว้ในฐานันดรศักดิ์. นับแต่นั้นมา
นางนกกุณฑลินี ก็ดำรงอยู่ในตำแหน่งขุนคลัง ได้ทำการสนองราชกิจของ
พระราชบิดา.
จบกุณฑลินีปัญหา
ล่วงมาอีกสองสามวัน พระราชาส่งทูตไปยังสำนักของเจ้าชัมพุกบัณฑิต
โดยนัยก่อนนั้นเอง แล้วเสด็จไปในสำนักของนกชัมพุกบัณฑิตนั้น ในวันที่เจ็ด
ทรงเสวยสมบัติแล้วเสด็จกลับมา ประทับ ณ ที่ท่ามกลางมณฑปนั้นเอง. ครั้งนั้น
อำมาตย์เชิญเจ้าชัมพุกบัณฑิต จับบนตั่งทอง แล้วเอาศีรษะทูลตั่งทองมาเฝ้า
พระราชา. เจ้าชัมพุกบัณฑิตจับบนพระเพลาของพระราชบิดา เล่นหัวแล้วจับ
ที่ตั่งทองดังเดิม.
ลำดับนั้น เมื่อพระราชาจะตรัสถามปัญหากะเจ้าชัมพุกบัณฑิต จึงตรัส
พระคาถาความว่า
พ่อชัมพุกะ พ่อได้ถามปัญหากะเจ้าโกสิยโคตร
และเจ้ากุณฑลินีมาเช่นเดียวกันแล้ว ชัมพุกลูกรัก
คราวนี้ เจ้าจงบอกกำลัง อันสูงสุดกว่ากำลังทั้งหลาย
บ้างเถิด.