Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 599

<< | หน้าที่ 599 | >>
(นกชัมพุกบัณฑิตแสดงธรรมแก่พระราชาว่า)

{๒๔๔๔} [๒๗] ในโลกมีกำลังอยู่ ๕ ประการ มีอยู่ในบุรุษ

ผู้มีอัธยาศัยกว้างขวาง บรรดากำลังทั้ง ๕ ประการนั้น

ขึ้นชื่อว่ากำลังแขนท่านกล่าวว่า เป็นกำลังสุดท้าย

[๒๘] ขอเดชะพระองค์ผู้ทรงพระชนมายุยืนนาน

ส่วนกำลังแห่งโภคะท่านกล่าวว่า เป็นกำลังที่ ๒

และกำลังแห่งอำมาตย์ท่านกล่าวว่า เป็นกำลังที่ ๓

[๒๙] อนึ่ง กำลังแห่งชาติสกุลอันยิ่งนั้น

เป็นกำลังที่ ๔ อย่างไม่ต้องสงสัย

กำลังทั้งหมด ๔ ประการเหล่านั้นบัณฑิตย่อมยึดถือไว้ได้

[๓๐] กำลังปัญญานั้นเป็นกำลังประเสริฐสุด

เป็นยอดกำลังกว่ากำลังทั้งหลาย

บัณฑิตผู้มีกำลังปัญญาสนับสนุนย่อมประสบประโยชน์

[๓๑] แม้ถึงคนมีปัญญาทรามจะได้แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ก็จริง

คนอื่นผู้มีปัญญาย่อมกดขี่เขาซึ่งไม่ประสงค์จะให้

ยึดครองแผ่นดินนั้นเสีย

[๓๒] ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งชนชาวกาสี

ถึงกษัตริย์แม้อุบัติในสกุลอันสูงยิ่ง

ได้ราชสมบัติแล้ว แต่มีปัญญาทราม

จะดำรงพระชนม์ชีพอยู่ด้วยโภคะแม้ทั้งปวงหาได้ไม่

[๓๓] ปัญญาเท่านั้นเป็นเครื่องวินิจฉัยเรื่องที่ได้ฟัง

ปัญญาเป็นเหตุให้เกียรติยศชื่อเสียงเจริญ

นรชนในโลกนี้ประกอบด้วยปัญญาแล้ว

แม้เมื่อเกิดทุกข์ก็ประสบสุขได้

๑ กำลัง ๕ คือ (๑) กำลังกาย (๒) กำลังโภคทรัพย์ (๓) กำลังอำมาตย์ (๔) กำลังชาติตระกูล (กษัตริย์) (๕) กำลังปัญญา (ขุ.ชา.อ. ๗/๒๗/๒๗๗)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka