Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 571

เล่ม มมร. 61 หน้า 571 ข้อ 2444
บทว่า ลทฺธาน ความว่า บุคคลอาศัยชาติสมบัติแล้ว แม้จะได้ ราชสมบัติอันเป็นของตระกูล. บทว่า สพฺเพนปิ ความว่า คนมีปัญญาทราม ย่อมเป็นอยู่ด้วยราชสมบัติทั้งสิ้นไม่ได้ คือย่อมเป็นผู้ถึงความลำบาก เพราะ ความเป็นผู้ไม่ฉลาดในอุบาย. พระมหาสัตว์กล่าวโทษของชนผู้มีใช่บัณฑิต โดยฐานะเท่านี้อย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะสรรเสริญปัญญา จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปญฺา ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุตํ ได้แก่ สุตปริยัติ การเล่าเรียนด้วย การฟัง. แท้จริงปัญญานั่นเอง ย่อมวินิจฉัยสิ่งที่ได้ยินได้ฟังนั้น. บทว่า กิตฺติสิโลกวฑฺฒนี ได้แก่ เป็นเครื่องเจริญแห่งเกียรติยศชื่อเสียง และลาภ สักการะ. บทว่า ทุกฺเข สุขานิ วินฺทติ ความว่า บุคคลผู้ประกอบด้วยปัญญา แม้เมื่อทุกข์เกิดขึ้น ย่อมเป็นผู้ปลอดภัยกลับได้ความสุข เพราะเป็นผู้ฉลาดใน อุบาย. เพื่อจะแสดงความนั้น ควรแสดงชาดก ซึ่งเป็นคาถามีใจความมีอาทิว่า ดูก่อนพญาวานร ธรรม ๔ ประการเหล่านี้ ของ บุคคลใด เหมือนของท่านเพียงพอ ด้วยมะม่วง ชมพู่ และขนุนเหล่านี้. บทว่า อสุสฺสาสํ ความว่า ไม่เข้าไปใกล้ ไม่ฟังบุคคลผู้เป็นบัณฑิต. บทว่า พหุสฺสุตํ อนาคมฺม ความว่า ไม่เชื่อถ้อยคำของเขา. บทว่า ธมฺมฏฺํ ความว่า ตั้งอยู่ในสภาพเหตุผล. บทว่า อวินิพฺภชํ ความว่า ข้าแต่เสด็จพ่อ ใคร ๆ ไม่หยั่งดู คือไม่พิจารณาดูว่า เป็นประโยชน์หรือไม่เป็น มีเหตุผล หรือไม่มี ย่อมไม่ได้ซึ่งปัญญา. บทว่า ธมฺมวิภงฺคญฺญู ความว่า เป็นผู้ฉลาดในกุศลกรรมบถ ๑๐. บทว่า กาลุฏฺายี ความว่า กระทำความเพียรในกาลอันควรกระทำความเพียร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka