ย่อมมุ่งหวังกลิ่นนั้น ดังพวงบุปผชาติอันวิจิตรมีกลิ่น-
หอม เพราะว่าเทวดาทั้งหลาย มิได้มีความสำคัญใน
กลิ่นนี้ ว่าเป็นปฏิกูล.
[๒๔๕๓] (อนุสิสสดาบส กล่าวว่า) ท้าวมฆวาฬ
สุชัมบดี เทวราช องค์ปุรินททะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูต
มีพระยศ เป็นจอมแห่งทวยเทพ ทรงย่ำยีหมู่อสูร
ทรงรอคอยโอกาส เพื่อตรัสถามปัญหา.
บรรดาหมู่ฤๅษีผู้เป็นบัณฑิตเหล่านี้ ณ ที่นี้ ใคร
เล่าหนอถูกถามแล้ว จักพยากรณ์ปัญหาอันสุขุม ของ
พระราขาทั้ง ๓ พระองค์ ผู้เป็นใหญ่ในหมู่มนุษย์
และของท้าววาสวะ ผู้เป็นจอมแห่งทวยเทพได้.
[๒๔๕๔] (หมู่ฤาษี กล่าวว่า) ท่านสรภังคฤๅษี
ผู้เรืองตบะนี้ เว้นจากเมถุนธรรม ตั้งแต่เกิดมา เป็น
บุตรของปุโรหิตาจารย์ ได้รับฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
ท่านจะพยากรณ์ปัญหา ของพระราชาเหล่านั้นได้.
[๒๔๕๕] (อนุสิสสดาบส กล่าวว่า) ข้าแต่ท่าน
โกณฑัญญะ ขอท่านได้โปรดพยากรณ์ปัญหา ฤๅษีทั้ง
หลายผู้ยังประโยชน์ให้สำเร็จ พากันขอร้องท่าน ข้า-
แต่ท่านโกณฑัญญะ ภาระนี้ย่อมมาถึงท่านผู้เจริญด้วย
ปัญญา ข้อนี้เป็นธรรมดาในหมู่มนุษย์.
[๒๔๕๖] (สรภังคดาบส ทูลว่า) มหาบพิตรผู้
เจริญทั้งหลาย อาตมาภาพให้โอกาสแล้ว เชิญตรัส