[๒๔๗๐] (สรภังคดาบส ทูลว่า) บุคคลควรคบ
หาท่านผู้รู้ทั้งหลาย ละเอียดลออ เป็นพหูสูต ควร
เป็นนักเรียน นักสอบถาม พึงตั้งใจฟังคำสุภาษิตโดย
เคารพ นรชนทำอย่างนี้ จึงจะเป็นผู้มีปัญญา.
ผู้มีปัญญานั้น ย่อมพิจารณาเห็นกามคุณทั้งหลาย
โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ และ
โดยความเป็นโรค ผู้เห็นแจ้งอย่างนี้ย่อมละความพอ
ใจ ในกามทั้งหลาย อันเป็นทุกข์ มีภัยใหญ่หลวง
เสียได้.
ผู้นั้นปราศจากราคะแล้ว กำจัดโทสะได้ พึง
เจริญเมตตาจิต อันหาประมาณมิได้ งดอาชญาในสัตว์
ทุกจำพวกแล้ว ไม่ถูกนินทา ย่อมเข้าถึงพรหมสถาน.
[๒๔๗๑] การเสด็จมาของมหาบพิตร ผู้มีพระ-
นามว่า อัฏฐกะ ภีมรถะและกาลิงคราช ผู้มีพระเดชา-
นุภาพฟุ้งเฟื่องไป เป็นการมาอย่างมีมหิทธิฤทธิ์ทุก ๆ
พระองค์ทรงละกามราคะได้แล้ว.
[๒๔๗๒] (พระราชาทั้งหลาย ตรัสว่า) ท่านเป็นผู้
รู้จิตผู้อื่น ข้อนั้น ก็เป็นอย่างนั้นแหละ ข้าพเจ้าทุกคน
ละกามราคะได้แล้ว ขอท่านจงให้โอกาส เพื่อความ
อนุเคราะห์ ตามที่ข้าพเจ้าทั้งหลาย จะรู้ถึงคติของท่าน
ได้.