บนยอดฝนดอกไม้ ฝนกหาปณะตกลงบนยอดฝนมาสก ฝนทิพพาภรณ์ตกลง
บนยอดกหาปณะ. มนุษย์ทั้งหลายถึงความโสมนัส เริ่มเก็บเงินทองและเครื่อง
อาภรณ์ ลำดับนั้น ฝนอาวุธอันโชติช่วงมีประการต่าง ๆ ตกลงเหนือสรีระของ
มนุษย์เหล่านั้น. มนุษย์ทั้งหลาย ขาดเป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่. ลำดับนั้น
ถ่านเพลิงปราศจากเปลวใหญ่โต ก็ตกลงเบื้องบนของมนุษย์เหล่านั้น ยอด-
บรรพตที่ลุกโพลงใหญ่โตตกลงเบื้องบนของมนุษย์เหล่านั้น ฝนทรายละเอียด
อันยังที่ประมาณ ๖๐ โยชน์ให้เต็ม ตกลงเบื้องบนของมนุษย์เหล่านั้น สถานที่
๖๐ โยชน์ มิได้เป็นรัฐมณฑลด้วยอาการอย่างนี้. ความที่แว่นแคว้นนั้นพินาศ
ไปอย่างนี้ ได้แพร่สะพัดไปในชมพูทวีปทั้งสิ้น.
ครั้งนั้น พระราชา ๓ พระองค์ คือ พระเจ้ากาลิงคะ ๑ พระเจ้า
อัฏฐกะ ๑ พระเจ้าภีมรถ ๑ ซึ่งเป็นใหญ่ในแคว้นติดต่อกันกับแคว้นนั้น
ทรงคิดกันว่า ได้ยินว่า ในปางก่อน พระเจ้ากลาพุกาสิราช ในพระนครพาราณสี
ประพฤติผิดในท่านขันติวาทีดาบส แล้วถูกแผ่นดินสูบ พระเจ้านาลิกีรราช
ให้สุนัขเคี้ยวกินพระดาบส และพระเจ้าอัชชุนะ ผู้ทรงกำลังแขนถึงพัน
ประพฤติผิดในท่านอังคีรสดาบส แล้วถูกแผ่นดินสูบเหมือนกัน ได้ยินว่า คราวนี้
พระเจ้าทัณฑกีราช ผิดในท่านกีสวัจฉดาบส แล้วถึงความพินาศพร้อมด้วย
แว่นแคว้น พวกเรายังไม่รู้สถานที่เกิดของพระราชาทั้งสี่เหล่านี้ เว้นท่าน
สรภังคศาสดาเสียแล้ว คนอื่นชื่อว่าสามารถ เพื่อจะบอกเรื่องนั้นแก่เราไม่มี
พวกเราจักเข้าไปถามปัญหาเหล่านั้น กษัตริย์ทั้ง ๓ พระองค์เหล่านั้นพร้อม
ด้วยข้าราชบริพารเป็นอันมาก ต่างก็เสด็จออกเพื่อจะถามปัญหา แต่พระราชา
ทั้งสามนั้น มิได้ทรงทราบว่า แม้พระราชาองค์โน้น ก็เสด็จออกแล้ว ต่างทรง
สำคัญว่า เราไปเพียงผู้เดียวเท่านั้น สมาคมแห่งกษัตริย์เหล่านั้น ได้มีไม่ไกล