Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 616

เล่ม มมร. 61 หน้า 616 ข้อ 2477
เมื่อพระมหาสัตว์กล่าวคุณแห่งขันติอย่างนี้แล้ว พระราชาเหล่านั้น ทรงพระดำริว่า ท้าวสักกเทวราชตรัสถามแต่ปัญหาของตน จักไม่ให้โอกาส ถามแก่พวกเรา. ลำดับนั้น ท้าวสักกเทวราช ทรงทราบอัธยาศัยของพระราชา เหล่านั้น จึงงดปัญหาที่พระองค์เตรียมมาเสีย ๔ ข้อ เมื่อจะตรัสถามความสงสัย ของพระราชาเหล่านั้น จึงตรัสคาถา ความว่า ข้าพเจ้าขออนุโมทนาคำสุภาษิตของท่าน แต่จะ ขอถามปัญหาอื่นๆกะท่าน ขอเชิญท่านกล่าวแก้ปัญหา นั้น โดยมีพระราชา ๔ พระองค์ คือ พระเจ้าทัณฑกี ๑ พระเจ้านาลิกีระ ๑ พระเจ้าอัชชุนะ ๑ พระเจ้ากลาพุ ๑ ขอท่านได้ไปรดบอกคติของพระราชาเหล่านั้น ผู้มี บาปกรรมอันหนัก พระราชาทั้ง ๔ องค์นั้นเบียดเบียน พระฤๅษีทั้งหลาย พากันบังเกิด ณ ที่ไหน ? บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนุโมทยิมานา ความว่า ข้าพเจ้า อนุโมทนาคำสุภาษิตนี้ของท่าน กล่าวคือการวิสัชนาปัญหา ๓ ข้อที่ข้าพเจ้า ถามแล้ว. บทว่า ยถา อหู ความว่า พระราชาทั้ง ๔ ได้มีแล้ว (โดย ประการใด). บทว่า กลาพุ จ ได้แก่ พระเจ้ากลาพุ ๑. บทว่า อถชฺชุโน ได้แก่ พร ะเจ้าอัชชุนะ ๑. ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ เมื่อจะวิสัชนาปัญหาของท้าวสักกเทวราช ได้กล่าวคาถา ๕ คาถา ความว่า ก็พระเจ้าทัณฑกี ได้เรี่ยรายโทษลงในท่านกีส- วัจฉดาบสแล้ว เป็นผู้ขาดสูญมูลราก พร้อมทั้งอาณา ประชาราษฎร์ พร้อมทั้งรัฐมณฑล หมกไหม้อยู่ใน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka