Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 631

เล่ม มมร. 61 หน้า 631 ข้อ 2477
แปลว่า มีพยัญชนะบริสุทธิ์. บทว่า สุภาสิตา ความว่า อันฤาษีผู้เป็น บัณฑิตกล่าวทำให้น่าฟังด้วยดี คือกล่าวไว้ดีแล้ว. บทว่า อฏฺิกตฺวา ความว่า บุคคลใดเป็นผู้มีความต้องการ เพราะทำความเป็นประโยชน์แก่ตน พึงฟัง โดยเคารพ. บทว่า ปุพฺพาปริยํ ความว่า ปฐมฌานเป็นคุณวิเศษเบื้องต้น ทุติยฌานเป็นคุณวิเศษเบื้องปลาย จะพึงได้คุณวิเศษอันตั้งอยู่โดยความเป็น เบื้องต้น เบื้องปลาย ด้วยสามารถแห่งสมาบัติ ๘ ด้วยสามารถแห่งมรรค ๔ อย่างนี้. บทว่า อทสฺสนํ ความว่า และจะพึงได้พระอรหัตผล อันเป็น คุณวิเศษเบื้องปลาย แล้วบรรลุพระนิพพานในที่สุด. เพราะว่า บุคคลผู้ บรรลุพระนิพพานแล้ว ย่อมเป็นผู้ชื่อว่าไปสู่สถานที่ ซึ่งมฤตยูราชมองไม่เห็น. พระบรมศาสดาครั้นทรงถือเอายอดแห่งเทศนา ด้วยอรหัตผลอย่างนี้ แล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในชาตินี้เท่านั้น แม้ในชาติก่อน ฝนดอกไม้ก็ตกลงในสุสานที่เผาพระโมคคัลลานะ ดังนี้แล้ว ทรงประกาศอริยสัจ เมื่อจะทรงประชุมชาดก จึงตรัสพระคาถา ความว่า สาลิสสระดาบสในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระ- สารีบุตร เมณฑิสสรดาบส ได้มาเป็นพระกัสสป ปัพพตดาบสได้มาเป็นพระอนุรุทธะ เทวลดาบสได้มา เป็นพระกัจจายนะ อนุสิสสดาบสได้มาเป็นพระอานนท์ กีสวัจฉดาบสได้มาเป็นพระโกลิตะ คือ พระโมค- คัลลานะ นารทดาบสได้มาเป็นพระปุณณมันตานีบุตร บริษัทที่เหลือ ได้มาเป็นพุทธบริษัท สรภังคดาบส โพธิสัตว์ ได้มาเป็นเราตถาคต เธอทั้งหลายจงทรงจำ ชาดกไว้อย่างนี้. จบอรรถกถาสรภังคชาดก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka