นาคพิภพนั้น สมบูรณ์ด้วยภูมิภาค ภาคพื้นไม่มี
กรวด อ่อนนุ่ม งดงาม มีหญ้าเตี้ย ๆ ไม่มีละอองธุลี
นำมาซึ่งความเลื่อมใส ระงับความโศกของผู้ที่เข้าไป.
ในนาคพิภพนั้น มีสระโบกขรณีอันไม่อากูล
เขียวชอุ่มดังแก้วไพฑูรย์ มีต้นมะม่วง น่ารื่นรมย์ทั้ง
๔ ทิศ มีผลสุกกึ่งหนึ่ง ผลอ่อนกึ่งหนึ่ง เผล็ดผล
เป็นนิตย์.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสกฺขรา ความว่า ภูมิภาคในนาคพิภพ
นั้น ปราศจากหินและกรวด ภูมิภาคนั้นอ่อนนุ่ม งดงาม ล้วนแล้วไปด้วย
ทองเงินและแก้วมณี เกลื่อนกล่นไปด้วยทรายคือรัตนะเจ็ด. บทว่า นีจติณา
ความว่า ประกอบไปด้วยหญ้าอันต่ำ มีสีเช่นกับหลังแมลงค่อมทอง. บทว่า
อปฺปรชา ความว่า ปราศจากฝุ่นละออง. บทว่า ยตฺถ ชหนฺติ โสกํ
ความว่า เป็นภูมิภาคที่เข้าไปแล้วหายเศร้าโศก.
บทว่า อนาวกุลา ความว่า ไม่อากูล คือไม่มีตอ. อีกนัยหนึ่ง
หมายความว่า ข้างบนตั้งเรียบเสมอ ปราศจากความขรุขระ. บทว่า เวฬุริยู-
ปนีลา ความว่า เขียวขจีด้วยแก้วไพฑูรย์. อธิบายว่า ในนาคพิภพนั้นมี
สระโบกขรณี ล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ สมบูรณ์ด้วยน้ำ มีสีเขียว ดาดาษ
ไปด้วยดอกบัว และอุบลหลากสี. บทว่า จตุทฺทิสํ ได้แก่ ในทิศทั้งสี่แห่ง
สระโบกขรณี. บทว่า ปกฺกา จ ความว่า ในสวนอัมพวันนั้น มีต้นมะม่วง
ที่มีผลสุกแล้วบ้าง สุกครึ่งผลบ้าง มีผลอ่อนบ้าง บานสะพรั่งอยู่ทีเดียว. บทว่า
นิจฺโจตุกา ความว่า ประกอบไปด้วยดอกและผล อันเหมาะสมแก่ฤดูแม้ทั้ง ๖.
อาฬารดาบส ทูลพระเจ้าพาราณสีต่อไปว่า