อาฬารดาบสนั้น ทูลต่อไปว่า
อาตมาภาพ ได้เสวยรสอันเป็นทิพย์อยู่ปีหนึ่ง
คราวนั้นอาตมาภาพ ได้ไต่ถามถึงสมบัติอันยิ่งว่า ท่าน
พญานาคได้สมบัตินี้ ด้วยอุบายอย่างไร ได้วิมานอัน
ประเสริฐอย่างไร ได้โดยไม่มีเหตุ หรือเกิดเพราะใคร
น้อมมาให้แก่ท่าน ท่านกระทำเอง หรือว่าเทวดาให้
ดูก่อนพญานาคราช ข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนั้นกะ
ท่าน ท่านได้วิมานอันประเสริฐอย่างไร.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทิพฺพรสานุภุตฺวา ความว่า อาตมาภาพ
เสวยรสแห่งกามคุณอันเป็นทิพย์แล้ว. บทว่า ตทาสฺสุหํ ตัดบทเป็น ตทา
อสฺสุ อหํ. บทว่า นาคสฺสิทํ ความว่า ข้าพเจ้าได้ถามนาคราชนั้น ดังนี้
ว่า สมบัติอันเกิดแล้วนี้ ของท่านสังขปาลนาคราช ผู้มีพักตร์อันเจริญ ท่าน
ทำกรรมชื่ออะไรจึงได้ ท่านได้ครอบครองวิมานอันประเสริฐนี้อย่างไรกัน ?
บทว่า อธิจฺจ ลทฺธํ ความว่า ท่านได้โดยหาเหตุมิได้. บทว่า
ปริณามชนฺเต ความว่า หรือชื่อว่าเกิดแล้ว โดยการน้อมมา เพราะเป็น
ของที่ใคร ๆ น้อมมาเพื่อประโยชน์แก่ท่าน. บทว่า สยํ กตํ ความว่า สั่ง
ให้เรียกช่างมา แล้วมอบรัตนะให้กระทำ.
ลำดับต่อไป เป็นคาถากล่าวโต้ตอบระหว่างชนทั้งสอง พึงทราบดัง
ต่อไปนี้.
สังขปาลนาคราช ตอบว่า
ข้าพเจ้าได้วิมานนี้ มิใช่โดยไม่มีเหตุ และมิใช่
เกิดเพราะใคร น้อมมาให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามิได้ทำเอง